China Power

แนะ นํา เกม ที่ เล่น แล้ว ได้ เงิน จริง 1️⃣2021: Diplomacy 101

เกม สล็อต 8888, BROOK ฟิน กำไร Q1 โตเกือบ 10 เท่า! หลังรับรู้รายได้ค่าบริการที่ปรึกษาโครงการยักษ์ EFORL มั่นใจรายได้ปีนี้สูงกว่าเป้าที่ 4 พันลบ.หลัง Q2/58 รับรู้ฯ สยามสเนล BBL มูลค่าการซื้อขาย 1,278.99 ล้านบาท ปิดที่ 187.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท"บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA อยู่ที่ 44.50 บาท บวก 0.25 บาท หรือ 0.56% มูลค่าซื้อขายที่ 32.73 ล้านบาท และบริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE อยู่ที่ 53.75 บาท บวก 0.50 บาท หรือ 0.94% มูลค่าซื้อขายที่ 18.42 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยโดยรวมบวก 0.56%", ภาพเทคนิคของ SET หลุดแนวรับสำคัญทั้ง 1,543 และ 1,533 จุด ทำให้มีความเสี่ยงที่ดัชนีจะลงต่อตาม Momentum ลงหลุด Low สำคัญ โดยมีแนวรับที่ 1,525 จุด หากลงต่ำกว่าจะเกิดสัญญาณหายนะ MACD ตัดเส้น Signal Line ลงมา ทำให้ดัชนีอาจไหลลงลากเลือด โดยมีแนวรับถัดไปที่ 1,508 จุดFutures แนวรับ แนวต้านโดย TVT คือหนึ่งในคอนเทนต์โพรไวเดอร์ชั้นนำ ที่มีความเชี่ยวชาญ รวมถึงประสบการณ์ในการผลิตรายการที่มีรูปแบบที่แตกต่างและดึงดูดผู้ชม ดังนั้น ทาง TVT จึงค่อนข้างเนื้อหอม โดยได้รับการติดต่อจากผู้ว่าจ้างหลายรายที่ต้องการรายการที่ดีมีคุณภาพ โดยในขณะนี้บริษัทฯมีรายการที่ผลิตแล้วและรอการผลิตเพิ่มขึ้นจากปี 57 กว่า 8 รายการ จึงคาดว่าน่าจะมีผลประกอบการที่ดีอย่างแน่นอนเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาสำหรับการเข้าลงทุนในโครงการโซลาร์สหกรณ์นั้น SPCG จะเข้าร่วมกับสหกรณ์ ซึ่งหากสหกรณ์นั้นไม่มีพื้นที่เองก็จะร่วมกันซื้อที่ใหม่เพื่อยื่นข้อเสนอต่อภาครัฐ โดยขณะอยู่ระหว่างรอประกาศการรับซื้อไฟฟ้าเพิ่มเติมหลังจากที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ร่างระเบียบออกมาแล้ว ส่วนการลงทุน 200 เมกะวัตต์คาดว่าจะใช้เงินลงทุนราว 12,000 ล้านบาท ซึ่งจะมาจากเงินกู้เป็นส่วนใหญ่รวมทั้งมีเครื่องที่เป็น House Brand มากขึ้นด้วย ปรับลดประมาณการยอดขายปีนี้ลง 8% เป็น 4.3 ล้านเครื่อง (ปี 57 ขายได้ 4.7 ล้านเครื่อง) สำหรับภาพใหญ่ เรายังระมัดระวังต่อภาพตลาดในช่วงเดือนพ.ค.-มิ.ย. ซึ่งมีโอกาสหลุด 1,500 จุด โดยประเมิน downside ที่ 1,480 และ 1,440 จุด (กรณีเลวร้าย) จากปัจจัยเสี่ยงเรื่องการปรับลดประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนหลังงบไตรมาส 1/58 การฟื้นตัวที่ล่าช้าของเศรษฐกิจอาจกดดันการปรับลดประมาณการ GDP ปี 58 รวมถึงความผันผวนจากการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (bond yield)ดัชนี Stoxx Europe 600 ปรับตัวขึ้นโดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ โดยหุ้นริโอทินโต และหุ้นเกล็นคอร์ รีซอสเซส ต่างก็ปรับขึ้นราว 1.1% ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารดีดตัวขึ้นเช่นกัน นำโดยหุ้นอินเทซา ซานเปาโล พุ่งขึ้น 1.9% หุ้นธนาคารบังคา มอนติ เดอ เซียนา ปรับขึ้น 1.5% หลังจากธนาคารทั้งสองแห่งเปิดเผยผลประกอบการที่ดีเกินคาด ,SET คาดว่า SET มีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ 1,504-1,515 จุด ตลาดรีบาวด์ระยะสั้นขณะที่บริษัทมั่นใจว่ารายได้ในปีนี้จะทำได้ตามเป้าหมายที่คาดว่าจะเติบโต 20% จากปีก่อนมาที่ 1.2 พันล้านบาท หลังจะทยอยรับรู้รายได้จากงานในมือ (Backlog) ที่ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 180-200 ล้านบาท และคาดว่าจะมีงานใหม่ทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งงานภาครัฐและเอกชน โดยช่วงที่เหลือของปีธุรกิจยังขยายตัวได้ดีตามธุรกิจก่อสร้าง และธุรกิจท่อสำหรับงานระบบในอาคาร โดยไตรมาสแรกผลการดำเนินงานนับว่าเติบโตเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ และเชื่อว่าในไตรมาสที่เหลือของปีบริษัทจะยังคงทำให้ขยายตัวได้อย่างดีด้วยเช่นกัน สรุปหุ้นโดนขายชอร์ตหนัก ประจำวันศุกร์ที่ 11 พ.ค.58แนวโน้มภาคบ่าย:ค่า P/E ตลาดกลับสู่ 15x อีกครั้งนอกจากนี้ บริษัทยังเห็นศักยภาพและโอกาสทางธุรกิจจากความต้องการของนักลงทุนหรือผู้ประกอบการในธุรกิจอุตสาหกรรมขนาดเล็กและขนาดกลาง ทั้งผู้ประกอบการไทยและต่างชาติ ที่ต้องการก่อสร้างโรงงานเพื่อประกอบธุรกิจแต่ยังไม่มีความพร้อมในการลงทุนในระยะยาว บริษัทฯ จึงพัฒนาโครงการโรงงานสำเร็จรูปให้เช่าเพื่อรองรับโอกาสดังกล่าว โดยเลือกทำเลที่เป็นแหล่งอุตสาหกรรมที่สำคัญของไทย เช่น นิคมอุตสาหกรรม ซึ่งมีระบบสาธารณูปโภคและมีเส้นทางคมนาคมที่เดินทางสะดวก รวมถึงพิจารณาโอกาสการได้รับสิทธิประโยชน์จากเขตส่งเสริมการลงทุนของคณะกรรมการการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ที่ช่วยเกื้อหนุนศักยภาพให้แก่ผู้ประกอบการที่ต้องการมาเช่าพื้นที่โครงการอีกด้วย S50M15996.70 Short เปิดได้ตอนเช้าที่ 994 จุด แต่ตัดขาดทุนไป สถานะใหม่ หลุด 992 จุด Short ตามไปทำกำไร 985 จุด ตัดขาดทุนเหนือ 995 จุดคาดราคาหุ้นมีแนวโน้มปรับขึ้นทดสอบแนวต้าน 3.50 และ 3.58 บาท หากทะลุผ่าน 3.42 บาทได้ ราคาทองปิดบวกวันศุกร์บวกเกือบ 7 ดอลล์ ตลาดคาดเฟดยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยรวมถึง TRUEIF ประเมินว่าราคาหุ้น Overreaction ทั้งต่อประเด็นข่าวนี้ กอรปกับความกังวลของ Consensus ต่อการเข้าประมูล 4G (ยังไม่เกิดและถ้าประมูลแพ้ก็จะเป็นเงินสดที่เหลือไว้ลงทุนธุรกิจอื่นได้ กรณีเลวร้ายจ่ายคืนผู้ถือหุ้น) 2) Downside risk ต่ำ จากงบการเงินไตรมาส 1/58 มูลค่าในกรณีเลวร้ายได้เท่ากับ 6.10 บาท (ประกอบด้วย เงินสด/หุ้น 2.7 บาท + เงินลงทุน JASIF/หุ้น 1.4 บาท + ที่ดินอาคารและอุปกรณ์/หุ้น 1.98 บาท คำนวณบนจำนวนหุ้นถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักในงบการเงินไตรมาส 1/58) และเป้าพื้นฐานใน Bloomberg Consensus ที่ต่ำสุดคือ 6.3 บาท ประเมินแนวรับเทรนไลน์ 4.90 บาท ใบสำคัญแสดงสิทธิในการจองซื้อหุ้นสามัญ ของบริษัท ซุปเปอร์บล๊อก จำกัด (มหาชน) ครั้งที่ 1 SUPER-W1 GUNKUL ฟุ้งรายได้รวมปีนี้โตตามเป้า ลุ้นผลประมูลอุปกรณ์โซลาร์ฟาร์มล้างท่อใน Q2-Q3สำหรับวันพฤหัสบดี สหรัฐจะเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนเม.ย. ส่วนวันศุกร์จะเปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจโดยรวม (Empire State Index) เดือนพ.ค., การผลิตภาคอุตสาหกรรม-อัตราการใช้กำลังการผลิตเดือนเม.ย. และความเชื่อมั่นผู้บริโภคช่วงต้นเดือนพ.ค.จากรอยเตอร์/มหาวิทยาลัยมิชิแกน。

สรุปหุ้นผู้บริหารดอดซื้อ-แอบทิ้ง ประจำวันที่ 11 พ.ค.58ขณะที่ตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคส่วนใหญ่อยู่ในแดนบวก เช่นเดียวกับตลาดสหรัฐที่ดีดตัวขึ้น และยังมีแรงหนุนจากที่ธนาคารกลางจีนได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25%ขณะที่พลังงานทดแทนถือเป็นพระเอกที่ทำให้ GUNKUL เติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต เนื่องจากรายได้จะไม่ผันผวนเหมือนงานรับเหมาก่อสร้าง อีกทั้งยังมีมาร์จิ้นที่ดีกว่า เมื่อผนึกเข้ากับธุรกิจอื่นๆ ที่บริษัทดำเนินการอยู่ ทำให้มั่นใจได้ว่ารายได้ในปีนี้จะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 5,200 ล้านบาท อย่างแน่นอน ซึ่งเป็นรายได้ที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่บริษัทดำเนินธุรกิจมา ซึ่งรายได้ดังกล่าวในปีนี้ยังไม่นับรวมโอกาสที่บริษัทจะขยายธุรกิจไปทำแผงโซลาร์เซลล์ เพื่อหนุนรายได้ในส่วนธุรกิจเทรดดิ้ง และโครงการโซล่าร์สหกรณ์และส่วนราชการยังน่าติดตามหนี้กรีซต่อไปในวันพรุ่งนี้หลังครบกำหนดจ่ายให้กับ IMF อย่างไรก็ดีคาดว่าในรอบนี้ไม่น่ามีปัญหาอะไรมากนัก, FSMART เพิ่มเป้ายอดเติมเงินปีนี้เป็น 1.5 หมื่นลบ.จากเดิมคาด 1.4 หมื่นลบ. FSMART เพิ่มเป้ายอดเติมเงินปีนี้เป็น 1.5 หมื่นลบ.จากเดิมคาด 1.4 หมื่นลบ.,SVOA ราคาปิด 1.44 บาท ,KTBจังหวะฟื้นตัวขึ้นด้วยรูปแบบแท่งเทียน Bullish Engulfing ราคากลับขึ้นมาปิดเหนือแนวเส้นค่าเฉลี่ย 3 ปียืนเหนือระดับ 20.00 บาทได้ แนวต้านย่อย 20.40 บาท ถัดไปที่ 21.00 บาทBBL28C1506A +20.0% (BBL +2.5%) ขณะที โครงการอนาคตของบริษัทมี 3 โครงการ 1) โครงการสร้างสตูดิโอใหม่ บริษัทมีแผนที่จะสร้างสตูดิโอเพิ่ม 3 สตูดิโอเนื้อที่รวม 8 ไร่ โดยคาดว่าจะใช้เงิน 200 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการรายการโทรทัศน์ที่เพิ่มขึ้น 2) ขยายกำลังการผลิตรายการโทรทัศน์เพื่อที่จะตอบรับความต้องการรายการที่เพิ่มขึ้นและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ครอบคลุมมากขึ้น และ 3) ลงทุนในอุปกรณ์การถ่ายทำซึ่งจะช่วยลดต้นทุนในการจ้างและเช่าอุปกรณ์ในอนาคตรายได้รวมของบริษัทลดลง 15% เป็น 2,347 ล้านบาทในปี 2557 จาก 2,760 ล้านบาทในปี 2556 เนื่องจากบริษัทไม่มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดขายใหม่ในปี 2557 จำนวนยูนิตในโครงการคอนโดมิเนียม DEN Vibhavadi ส่วนใหญ่ได้ส่งมอบให้แก่ลูกค้าไปแล้วในปี 2556 อย่างไรก็ตาม รายได้จากที่อยู่อาศัยแนวราบเพิ่มขึ้นเป็น 2,259 ล้านบาทในปี 2557 จาก 1,787 ล้านบาทในปี 2556 ยอดขายในปี 2557 ลดลงเล็กน้อยเป็น 1,970 ล้านบาท จาก 2,094 ล้านบาทในปี 2556 SET ภาคบ่ายบวก 10 จุด รีบาวน์ตามทิศทางตลาดตปท.อย่างไรก็ตามขณะนี้บริษัทยังไม่มีแผนที่จะเพิ่มกำลังการผลิต จากปัจจุบันที่แต่ละปีมีการใช้อัตรากำลังการผลิตราว 90% ซึ่งยังเพียงพอต่อความต้องการใช้ และในปีนี้คาดจะมีการผลิตระดับ 5,500 ตัน แนวรับ 15.10-15.40 บาทหุ้นกลุ่มต่างๆ ปรับตัวขึ้นเป็นวงกว้าง รับตัวเลขจ้างงานที่แข็งแกร่งของสหรัฐ โดยหุ้นโฮม ดีโปท์ และหุ้นเวิร์ลพูล ต่างก็ปรับขึ้น 1.7% หุ้นไมโครซอฟท์ พุ่งขึ้น 2.3% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 2 วันทำการ ส่วนหุ้นวีซา ทะยานขึ้น 4.3% หลังจากมีรายงานว่าวีซากำลังเจรจาซื้อบริษัทที่เคยอยู่ในเครือของวีซาในยุโรป คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์,บล.เคเคเทรด ระบุในบทวิเคราะห์ (11 พ.ค.) JAS น่ารอซื้อแนวรับ ให้แนวรับ 4.80 แนวต้าน 5.50 คำแนะนำ ราคาปิดเป็นแนวโน้มทางขาลงแรง 3 วัน แต่ราคาเริ่มอยู่ระดับต่ำจากที่ตกมาจากระดับ 9 บาท น่ารอซื้อแนวรับSelective Buy: กลุ่มหุ้นที่มีแนวโน้มแข็งแกร่งกว่าตลาดได้แก่ 1) กลุ่มหุ้นผลการดำเนินงาน 1Q15 ออกมาดีอย่าง THCOM TOP CENTEL 2) หุ้นที่ได้รับผลดีจากดอกเบี้ยที่ลดลง: INTUCH ADVANC 3) หุ้นที่ได้ผลดีจากการอ่อนค่าของเงินบาท: TUF DELTA KCE HANA 4) หุ้นที่ราคาลดลงต่ำ มี Upside สูง: SAMART RS ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นบ่ายนี้ จากอานิสงส์ดาวโจนส์。

Anger might be understandable. But that still doesn’t mean it makes for good diplomacy.

This morning’s session at the Valdai conference was titled: ‘The role of global and regional actors: separately or together?’ There were three speakers to start off with, all of whom were relatively downbeat about the current state of the Middle East peace process. The first speaker complained that the co-ordination among the Middle East Quartet was inefficient, and she singled out the United States for particular criticism, suggesting that a number of factors, including last month’s mid-term drubbing for the Democrats, had weakened Obama’s position vis-à-vis the peace process.

As a result of what she described as the US failure to deliver on its optimistic forecasts of a deal within 12 months and then 24 months, she called for a more active role by both the European Union and Russia, and indicated she was also at least open to efforts to try to enlarge the number of stakeholders by finding moderate, impartial actors to assist with mediation (a possibility I mentioned yesterday for China and India).

Rightly, in my view, she suggested that it was also important to draw in other issues – not just the often talked about questions of security, but also issues like ensuring adequate water supplies in the region. There’s surely a good case to be made that finding common challenges on which to focus could encourage co-operation and foster that conspicuously missing ingredient – trust.

She also raised the question of Iran (a subject that has generally been shunted to the sidelines of the conference), arguing that despite Iran’s apparent desire to play a greater role in the Islamic world, it’s not clear whether it will actually act in the interests of the Palestinians. Indeed, she suggested that Iran’s position that Mahmoud Abbas doesn’t have legitimacy is more damaging than its supplying arms to Hizbollah and Hamas.

The second speaker launched a scathing attack on the role of the United States, arguing that it simply doesn’t have the capabilities for dealing with the peace process. He went on to criticize the ‘incompetent’ Israel government, arguing that the problem with the peace efforts hasn’t been confined to the extremists. He said the Israeli government had consistently followed the illogical position of defending the settlements and concluded the peace process was, in his view, dead.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

It was an outspoken speech, and in a way epitomized one of the problems the Palestinian ‘side’ seems to have in such meetings. It was an angry performance, and not the only one today. A couple of regular attendees of such conferences I’ve spoken with said it’s actually typical of these kind of meetings on the issue – day one is relatively restrained, but the tensions bubbling under the surface tend to boil over on the second day.

I’m not saying, of course, that the Palestinians don’t have good reason to be angry – they certainly do. But a couple of the speeches were delivered as if they were launching a tirade at the United Nations General Assemby. The problem is that if the delivery doesn’t fit the venue, you risk losing a little sympathy from the start. Yes, there have been wrongs committed toward the Palestinians (and toward Israeli civilians as well). But simply angrily recounting a list of grievances with the most sweeping of rhetoric might feel therapeutic, but it doesn’t really advance the discussion in any constructive way. Both sides can take the moral high ground and lecture anyone who will listen about the wrongs they’ve suffered. But they can also take the morally higher ground and try to move forward.

Yes, this is all easier said than done. And of course, neutral observers and mediators should be able to set aside body language and tone and respond based only on the merits of an argument. We should all be able to look at the bigger picture, at the issues. But we’re all also human and have human responses. A suggestion for some speakers to bear in mind, and something that should really be Diplomacy 101, is that you need to at least appear like you’re willing to concede something. A speaker who gives no ground and admits no wrong, no matter how justified in doing so, simply sounds unreasonable.

If you want to keep an audience onside, you’ve got to throw them a bone, admit the other side at least has a point, indicate you understand the pressure they’re under and why they might be acting as they do. This gets harder to do the longer a process drags on – and by god this one is protracted and poisonous. And as I said, tactical rhetorical considerations like this shouldn’t matter. But again, we’re all human and so they do.