Features | Security

gta samp servers: Flashpoints and Arms Races to Watch in 2019

ฝาก 40 รับ 150 1️⃣2021,โดยดีแทคได้ลงทุน 500 ล้านบาท กับ dtac Network Analytics เพื่อให้สามารถนำข้อมูลประสบการณ์การใช้งานของลูกค้าแต่ละรายมาวิเคราะห์เพื่อนำมาสู่การวางแผนปรับปรุง หรือแก้ไขปัญหาให้ลูกค้าในสถานการณ์ในแบบ Real-time พร้อมทั้งยังนำไปใช้เพื่อการบริหารจัดการเครือข่ายเพื่อลูกค้าได้อีกด้วยสำหรับการเข้าร่วมทุนดังกล่าวจะเป็นการเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าให้ได้มากขึ้น และเพิ่มช่องทางในการสร้างรายได้ คือรายได้จากการรับเหมาติดตั้งระบบทั้งนี้ผลประกอบการที่ติดลบสืบเนื่องมาจากสาเหตุหลักข้างต้น รวมทั้งยังมีภาระดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงถึงปีละประมาณ 1,700 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากเงินกู้ยืมเพื่อการลงทุนและเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนของธุรกิจโรงถลุงเหล็ก โดยธุรกิจโรงถลุงเหล็กเป็นอุตสาหกรรมหนักที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก จึงทำให้กลุ่มบริษัทเกิดปัญหาสภาพคล่องทางการเงินในเวลาต่อมาการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ฯ จะเป็นปัจจัยบวกตลาดหุ้นโลก เป้าหมาย 1,400-1,408"ส่วนแนวโน้มราคาน้ำมันดิบตลาดโลกในปี 59 คาดว่าจะปรับขึ้นเล็กน้อยไม่เกิน 60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เพราะอุปทานที่ล้นตลาดจะปรับลดลง และมีโอกาสที่เศรษฐกิจโลกพื้นตัวได้ดีขึ้นก็น่าจะส่งผลให้มีความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น" ,สำหรับเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 และเดือนก.ค.58 ขยายตัวอย่างช้าๆ การส่งออกที่หดตัวต่อเนื่องตากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนและเอเชีย และรายได้ครัวเรือนที่ยังไม่กระเตื้องขึ้น เป็นปัจจัยลบต่อความเชื่อมั่นและการใช้จ่ายของภาคเอกชน อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจมีแรงขับเคลื่อนจากภาคการท่องเที่ยวที่ยังขยายตัวสูง และการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐบาลที่เร่งตัวขึ้น รวมทั้งจะได้รับผลจากมาตรการเศรษฐกิจชุดใหม่ของภาครัฐด้วย มอง SET บ่ายนี้ เริ่มผันผวนในกรอบ ก่อนรู้ผลการประชุมเฟดคืนวันนี้ ทั้งนี้มองตลาดหุ้นไทยปัจจุบันมี Upside น้อยกว่า Downside หลังนักวิเคราะห์มีการทยอยปรับประมาณการกำไรของตลาดลง ส่งผลให้ P/E 58 ที่ 15 เท่าอยู่บริเวณ 1400 จุด จึงแนะนำให้นักลงทุนทยอยขายทำกำไรออกไปก่อน มองกรอบบ่ายนี้ 1380-1400 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงแบห่งชาติ (คสช.) คาดว่าหากทุกอย่างเดินไปตามโรดแมพจะสามารถเลือกตั้งได้ราวเดือนก.ค. 60 ซึ่งเป็นไปตามที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีประเมินไว้ ส่วนจะเร็วกว่านั้นได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับขั้นตอนการทำงานของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง17.บริษัทกัลฟ์ เอ็นซี จำกัด ได้รับส่งเสริมกิจการผลิตไฟฟ้าจากก๊าชธรรมชาติ ไอน้ำ และน้ำเพื่ออุตสาหกรรม เงินลงทุนทั้งสิ้น 5,426 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดปราจีนบุรีโดยสถานการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความไม่แน่นอนที่มีสาระสำคัญ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้เกิดข้อสงสัยอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับความสามารถในการดำเนินงานต่อเนื่องของกลุ่มบริษัทและกลุ่มบริษัทได้กำหนดนโยบายและวิธีการในการบริหารสภาพคล่องและสถานการณ์อื่นๆ ซึ่งรวมถึงการไม่สามารถปฏิบัติเงื่อนไขตามสัญญากู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน การเพิ่มทุน และการปรับปรุงตารางการชำระคืนเงินต้นตามที่กำหนดในสัญญาเงินกู้ได้ รายละเอียดแจ้งแล้วนั้น ,ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดกระแสข่าวว่า บริษัท เชาว์ สตีล อินดัสทรี้ จำกัด (มหาชน) หรือCHOW กำลังอยู่ระหว่างเตรียมการเซ็นสัญญาบันทึกข้อตกลงเบื้องต้น (MOU) เพื่อลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งมีกำลังการผลิตประมาณ 25 เมกะวัตต์ โดยคาดว่าจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการในเดือนก.ย.นี้อย่างไรก็ดี บริษัทยังอยู่ระหว่างศึกษาแผนขยายการผลิตเพื่อรองรับคำสั่งซื้อใหม่ ขณะที่ในช่วง 1-2 เดือนนี้บริษัทจะเจรจากับลูกค้าเพื่อที่จะรับคำสั่งซื่อใหม่ๆเข้ามา โดยการขยายการผลิตนั้นอาจจะเป็นรูปแบบการสร้างโรงงานผลิตเอง หรือการจ้างภายนอก (Outsource) เป็นผู้ผลิต ซึ่งหากได้รับงานใหม่เพิ่มเติมบริษัทจะมีการผลิตไม่เพียงพอกับคำสั่งซื้อที่เข้ามา เนื่องจากปัจจุบันใช้กำลังการผลิตไปถึง 80% และยังมีการจ้าง Outsource อีกบางส่วนขณะที่นักลงทุนจับตาดูผลการประชุมเฟดในครั้งนี้อย่างใกล้ชิด ขณะที่นักลงทุนบางส่วนคาดว่า เฟดจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ หลังจากสหรัฐเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อปรับตัวลดลง โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยเมื่อวานี้ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ลดลง 0.1% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายเดือน โดยเป็นการปรับตัวลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนม.ค. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าดัชนีจะทรงตัวในเดือนส.ค. กระทรวงพาณิชย์จีน เปิดเผยว่า การลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ (ODI) ประจำเดือนส.ค.ของจีน เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สู่ระดับ 1.35 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่วนการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ของจีนในเดือนส.ค. เพิ่มขึ้น 22% สู่ระดับ 8.71 พันล้านดอลลาร์ทั้งนี้ ได้กำหนดเป็นยุทธศาสตร์จัดทำแผน 5 ยุทธศาสตร์ ดังนี้ 1. สนับสนุนมาตรการอนุรักษ์พลังงาน ภาคขนส่ง ผ่านมาตรการผสมผสาน 11 มาตรการ 2. บริหารจัดการชนิดของน้ำมันเชื้อเพลิงให้เหมาะสมกับกลุ่มผู้ใช้ ได้แก่ LPG ที่แม้จะไม่ห้ามใช้ในภาคขนส่งแต่จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษในการส่งเสริม ในขณะที่ NGV จะเป็นการส่งเสริมเฉพาะกลุ่มรถสาธารณะและรถบรรทุก 3. ปรับโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงต่อเนื่อง โดยใช้กลไกตลาดเป็นสำคัญ 4. ผลักดันการใช้เชื้อเพลิงเอทานอลและไบโอดีเซลตามแผน AEDP 2015 และ 5. สนับสนุนการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐานน้ำมันเชื้อเพลิง โดยเฉพาะระบบท่อขนส่งน้ำมันและคลังน้ำมันเพื่อสนับสนุนการเข้าสู่ AEC ซึ่งคาดว่าจะไม่มีความจำเป็นในการก่อสร้างโรงกลั่นน้ำมันใหม่,นางหิรัญญา กล่าวต่อว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษในรูปแบบคลัสเตอร์ เพื่อสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่มูลค่าและฐานอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เสริมสร้างศักยภาพด้านการลงทุนของประเทศไทย เพื่อดึงดูดการลงทุนที่มีคุณค่าทั้งจากนักลงทุนรายเดิมและรายใหม่ ตลอดจนกระจายความเจริญสู่ภูมิภาคและท้องถิ่น และสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีRCI ซื้อ ราคาหุ้นดีดตัวขึ้นด้วยแท่งเทียนรูปแบบ Bullish Engulfing พร้อมปริมาณการซื้อขายสนับสนุนหนาแน่น สามารถกลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะเดือนได้อีกครั้ง เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไร มีแนวต้านแรกบริเวณ 4.40 บาท และถัดไปที่ 4.56 บาทSCB มูลค่าการซื้อขาย 554.99 ล้านบาท ปิดที่ 145.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาทโดยสรุปข้อมูลการซื้อขาย DW28 ณ สิ้นวัน นักลงทุนกลับมาสะสม DW บนหุ้นรายตัวหนาแน่น เช่น CPF28C1512A 10.0 ล้านหน่วย STEC28C1512A 3.1 ล้านหน่วย และ IVL28C1601A 1.7 ล้านหน่วย เป็นต้น ทางด้านแรงขายสุทธิ นักลงทุนขายสุทธิ DW บนหุ้นรายตัว กระจายในหลายกลุ่ม นำโดย JAS28C1607A 7.0 ล้านหน่วย KBAN28C1511A 4.4 ล้านหน่วย และ PTT28C1607A 4.0 ล้านหน่วย ตามลำดับ ส่วนธุรกิจพลังงานทดแทนนั้นบริษัทยังคงมีแผนการขยายงานต่อเนื่อง โดยวางเป้าหมายจะมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญได้ตั้งแต่กลางปี 60 เป็นต้นไป หากการลงทุนโรงไฟฟ้าทั้งโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ , โครงการโซลาร์รูฟท็อปรวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลทำได้ตามแผนที่หวังไว้ ตลาดหุ้นเช้านี้ปรับตัวสูงขึ้นตามตลาดต่างประเทศ จากแรงหนุนของกลุ่มพลังงาน และนักลงทุนเก็งว่าเฟดจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้RCI ซื้อ ราคาหุ้นดีดตัวขึ้นด้วยแท่งเทียนรูปแบบ Bullish Engulfing พร้อมปริมาณการซื้อขายสนับสนุนหนาแน่น สามารถกลับมายืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะเดือนได้อีกครั้ง เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไร มีแนวต้านแรกบริเวณ 4.40 บาท และถัดไปที่ 4.56 บาท。

16. บริษัท กัลฟ์ เอ็นอาร์วี 2 จำกัด ได้รับส่งเสริมกิจการผลิตไฟฟ้าจากก๊าชธรรมชาติ ไอน้ำ และน้ำเพื่ออุตสาหกรรม เงินลงทุน 5,745 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา 4 หุ้นเด่นเก็งรับผลบวกจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ,ขณะนี้บริษัทยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งใดๆในกรณีดังกล่าวจากทีโอที หรือหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง และบริษัทขอยืนยันว่าไม่ได้กระทำการผิดเงื่อนไขสัญญาร่วมการงานดังกล่าวแต่อย่างใด และการแก้ไขสัญญาดังกล่าว บริษัทได้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย ในลักษณะเดียวกันกับผู้ประกอบการรายอื่นๆได้กระทำกับหน่วยงานภาครัฐกำไรจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น ฟิทช์คาดว่ากำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (Operating EBITDA) ของ SCC จะเติบโตอย่างต่อเนื่องในปี 2558 (อัตราการเติบโตของ Operating EBITDA ในไตรมาส 2 ปี 2558 เท่ากับร้อยละ 36) โดยคาดว่าธุรกิจเคมีภัณฑ์จะยังคงเป็นธุรกิจหลักที่สร้างผลกำไรให้บริษัทฯ ในปี 2558 โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการปรับเพิ่มขึ้นของส่วนต่างระหว่างราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบของผลิตภัณฑ์โพลิเอททีลีน ในขณะที่ Operating EBITDA จากธุรกิจซิเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง น่าจะยังคงเติบโตในระดับต่ำกว่าร้อยละ 5 ต่อปี อันเป็นผลมาจากกิจกรรมในภาคการก่อสร้างภายในประเทศที่มีการฟื้นตัวอย่างช้าๆทั้งนี้ ผู้ชนะเลิศรางวัล Samart Innovation Award 2015 ในโครงการ เถ้าแก่น้อยเทคโนโลยี จะได้รับเงินรางวัล 200,000 บาท และ 3 อันดับแรกยังได้รับรางวัลทัศนศึกษาต่างประเทศ และ 25 ผลงานที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย จะได้รับทุน (Business Startup Funds) ทุนละ 20,000 บาท รวมมูลค่าโครงการฯกว่า 1,000,000 บาท สำหรับสาระสำคัญของหลักเกณฑ์การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 900 MHz ภายหลังจากที่ได้มีการปรับปรุงแก้ไขหลังจากการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะจากผู้มีส่วนได้เสีย และประชาชนทั่วไปแล้ว ในส่วนหลักๆ ยังคงมีรายละเอียดเหมือนหลักเกณฑ์การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz แต่มีส่วนที่แตกต่างคือเรามองแรงขาย ADVANC INTUCH จากประเด็นข่าวนี้มากเกินไป และด้วย Dividend Yield สูง 5.4-6% ปีนี้ รวมไปถึงเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากการประมูล 4G ทำให้แนะนำ ซื้อ ทั้ง ADVANC INTUCH ด้วยเป้าหมายพื้นฐาน 275 และ 95 บาท ตามลำดับส่วนปัจจัยที่ต้องติดตามคือ การอ่อนค่าของค่าเงินหยวนเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯปรับตัวลดลงประมาณ 4.7% ส่งผลกระทบทำให้ค่าเงินบาทต่อค่าเงินหยวนแข็งค่าขึ้นประมาณ 2% ขณะที่ไทยมีสัดส่วนการส่งออกไปยังประเทศจีน 11% ของมูลค่าการส่งออกโดยรวม สินค้าสำคัญ ได้แก่ สินค้าเม็ดพลาสติกส์ ยางพารา เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์จากมันสำปะหลัง และชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ซึ่งสินค้าที่ส่งออกไปจีนอาจจะสูญเสียศักยภาพการแข่งขันในด้านราคาPTT มูลค่าการซื้อขาย 1,771.65 ล้านบาท ปิดที่ 255.00 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท, โหลดjoker666ฝาก 40 รับ 150 1️⃣2021 โดยปัจจุบันมีลูกค้าที่ได้เข้ามาสัมผัสประสบการณ์การใช้งานดีแทค 4G เป็นจำนวน 1.6 ล้านราย โดยดีแทคมีลูกค้าที่รองรับ 4G อยู่ในระบบประมาณ 3 ล้านเครื่อง ดีแทคยังเชื่อมั่นว่าจะมีลูกค้าสนใจใช้งาน 4G เพิ่มมากขึ้นถ้าได้คลื่น 1800MHz มาเปิดให้บริการ 4G และยังเป็นการรองรับปริมาณการใช้ข้อมูลของลูกค้าดีแทคที่เติบโตสูงขึ้นอีกด้วย นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) คาดว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านกองทุนหมู่บ้าน และการเร่งใช้งบประมาณโครงการขนาดเล็กของภาครัฐ วงเงิน 1.3 แสนล้านบาทจะมีส่วนช่วยให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกราว 0.4% และยังมั่นใจว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปีนี้จะขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 3% อย่างไรก็ตาม ต้องรอดูการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบว่าเป็นไปตามที่คาดการณ์หรือไม่ SET ปิดเช้าพุ่ง 9 จุด PTT ซื้อ-ขายสูงสุด 819.03 ลบ.สำหรับโครงการที่ลงทุนจริงและเริ่มดำเนินการภายในสิ้นปี 2560 ตามมาตรการเร่งรัดการลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติม แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ 1. กิจการที่ลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มอีก 2 ปี แต่รวมแล้วไม่เกิน 8 ปี หรือหากเป็นกิจการที่ได้รับยกเว้น 8 ปีอยู่แล้ว ให้ได้รับลดหย่อนร้อยละ 50 อีก 5 ปี (ในปีที่ 9-13) 2. กลุ่มกิจการที่ตั้งนอกเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ จะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มอีก 1 ปี แต่รวมแล้วไม่เกิน 8 ปี นอกจากนี้การที่สื่อในเครือเนชั่นได้ร่วมกันลงข่าวดังกล่าวโดยมิใช่การแสดงความคิดเห็นหรือข้อความโดยสุจริต และมีเจตนากลั่นแกล้งใส่ความให้ข้าพเจ้าต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ยังถือเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 ประกอบมาตรา 328 ซึ่งบริษัท เนชั่นฯ จะต้องรับผิดอีกกระทงความผิดด้วยดัชนี SET ช่วงเช้าปิดบวก 1,390.96 (+9.16 จุด,+0.66%) กรอบ 1373-1381 มูลค่าการซื้อขาย 15,647.61 ลบ. เรียงลำดับมูลค่าการซื้อขาย ENERG BANK ICT TRANS PROP FOOD CONMAT PETRO COMM ตามลำดับขณะที่ในปีหน้าคาดว่าบริษัทจะกลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็นระดับ 2 แสนบาร์เรล/วัน จากปัจจุบันที่กลั่นน้ำมันที่ 1.8-1.9 แสนบาร์เรล/วัน หลังโครงการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ (UHV) ที่ใช้งบลงทุน 3.4 หมื่นล้านบาท จะแล้วเสร็จในไตรมาส 4/58 ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำไรขั้นต้นให้บริษัท 3-4 พันล้านบาท/ปี ขณะเดียวกันบริษัทยังอยู่ระหว่างเตรียมสรุปแผนการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตเพื่อลดต้นทุนด้านพลังงานลงเหลือ 5-6% จากปัจจุบันอยู่ที่ 6-7% ในปี 59 แต่คาดว่าจะมีการลงทุนในช่วงครึ่งหลังปี 60 หลังจากที่ทางบริษัทชำระเงินกู้ระยะสั้นที่มีอยู่ราว 2-3 หมื่นล้านบาททั้งหมดแล้ว ดีแทคเชื่อมั่นว่า 4G ที่ให้บริการเพิ่มขึ้นบนคลื่นความถี่ 1800MHz จำนวน 10MHz และจาก 4G บน 2100MHz จำนวน 5MHz ที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบันจะทำให้ดีแทคเป็นผู้ให้บริการ 4G ที่เร็วที่สุด บนแบนด์วิธที่กว้างที่สุดในประเทศไทย ดีแทคยังกำหนดแผนการขยายเครือข่ายการให้บริการ 4G ไปครอบคลุมทั่วประเทศเพื่อให้เข้าถึงประชากรอย่างน้อย 95% ของประเทศไทยในที่สุด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร DTAC กล่าวโดยคาดว่ากำลังซื้อในช่วงที่เหลือของปีน่าจะปรับตัวดีขึ้น เห็นได้จากการยอดการเข้าใช้บริการที่มีเพิ่มขึ้นในเดือนก.ย.นี้ และน่าจะดีต่อเนื่องไปจนถึงในไตรมาส 4/58 อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าปีนี้คงมีผลขาดทุน จากปีที่แล้วที่มีกำไรสุทธิราว 7 ล้านบาท ขณะที่ในช่วงครึ่งแรกปีนี้มีผลขาดทุนสุทธิ 10.36 ล้านบาท เนื่องจากมีต้นทุนจากการเปิดสาขาใหม่ โดยปัจจุบันบริษัทมีสาขาทั้งสิ้น 21 แห่ง สิ้นปีนี้จะเพิ่มเป็น 30 แห่ง และเพิ่มเป็น 40 แห่งในปี 60 ตามเป้าหมาย ซึ่งจะผลักดันให้รายได้แตะ 1,000 ล้านบาทในที่สุดมูลค่าการซื้อขายในช่วงเช้า มีเข้ามาเพียง 1.56 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าเฉลี่ยเดือน ก.ย. ที่ 1.82 หมื่นล้านบาท และต่ำกว่าเฉลี่ยปี 2558 ที่ 2 หมื่นล้านบาท?ด้านนายประเทศ ตันกุรานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยี ดีแทค กล่าวเสริมว่า ดีแทคได้วางแผนบริหารเครือข่ายรองรับการใช้งานจากทุกคลื่นความถี่ของดีแทคให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตอบสนองความต้องการใช้งานของลูกค้าทุกกลุ่มทุกลักษณะการใช้งาน ดีแทคจึงไม่ได้มองการขยายเครือข่าย 4G หรือ 3G เป็นเพียงแค่จำนวนเสาสัญญาณที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการบริหารประสบการณ์ใช้งานมือถือของลูกค้าให้ตอบสนองความต้องการให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานมือถือในพื้นที่ย่านธุรกิจ แหล่งเชื่อมต่อคมนาคม พื้นที่สัญจรหนาแน่น ทั้งการใช้งานด้านเสียง ด้านข้อมูล และกับเครื่องมือถือของลูกค้าทุกๆ เครื่องพร้อมกันนี้ บริษัทได้ขยายธุรกิจไปยังประเทศเวียดนาม ซึ่งถือว่าเป็นประเทศแรกในกลุ่มประเทศ CLMV โดยได้มีการแต่งตั้งบริษัท Hanoi Liquefied Petroleum Gas Import-Export and Investment Joint Stock Company และบริษัท TROUNG THANH ELECTRONIC GAS CORPORATION เป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องลดความดันก๊าซธรรมชาติให้แก่ ปิโตรเวียดนาม ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ในธุรกิจพลังงานของเวียดนาม เพื่อนำไปใช้ให้บริการจัดส่งก๊าซธรรมชาติให้แก่อุตสาหกรรมที่ต้องการใช้ก๊าซเป็นเชื่อเพลิงในการผลิตเพื่อลดต้นทุน ซึ่งเบื่องต้นได้รับความตอบรับที่ดีจากปิโตรเวียดนาม ที่ได้เริ่มสั่งซื้อเครื่องลดความดันก๊าซธรรมชาติ 2 ชุด และคาดว่าจะขายได้อีก 4 ชุด รวมเป็น 6 ชุดในสิ้นปีนี้ โดยคาดว่าจะสร้างรายได้ไม่ถึง 100 ล้านบาท。

Will 2019 see an increased chance for military confrontation in Asia?

Flashpoints and Arms Races to Watch in 2019

In this Friday, April 13, 2018, file photo released by Military News Agency, Taiwan’s President Tsai Ing-wen, second from left, inspects on a Kidd-class destroyer during a navy exercise off the northeastern port of Su’ao in Yilan County, Taiwan. Tsai boarded a navy destroyer to review military drills ahead of planned war games by rival China.

Credit: Military News Agency via AP, File

The 2019 security outlook for Asia, as in past years, is dominated by a number of regional flashpoints that include the Korean Peninsula, the South and East China Seas, as well as the Taiwan Strait, all of which have the potential to trigger a military confrontation. Nonetheless, there appears to be a reduced risk for open military clashes in all of the four cases in the next 12 months.

Simultaneously, 2019 will likely see an intensification of the war in Afghanistan, amid ongoing peace negotiations?and?the suggested withdrawal of 7,000 U.S. troops from the country;?the presidential election scheduled for the spring?may be postponed. Other areas our readers should watch include:?a possible uptick in violence in Jammu and Kashmir as a result of the 2019 Indian general elections (especially in combination with large-scale, ostensibly Pakistani-sponsored terror attacks, which might compel Indian Prime Minister Narendra Modi to retaliate more forcefully in 2019 than in a non-election year), the usual chance of South Asian border disputes getting out of control, ?and increased naval competition between India, China, and Pakistan in the Indian Ocean. Naval competition is especially noteworthy as all three states are in the process of fielding, or already have deployed, nuclear-armed submarines.

Overall, 2019 will see a general diffusion of military capabilities in the Indo-Pacific region without any single state being capable of dominating the region militarily. While China will remain the region’s top military power, it qualitatively still cannot compete with the much smaller South Korean and Japanese militaries, let alone U.S. forces. In turn, the United States is no longer capable of militarily dominating the region as it had during the 1990s and 2000s. Consequently, an uneasy balance of power is expected to prevail in the region.

Flashpoints

First, should North Korea continue to refrain from further testing of nuclear weapons or long-range missiles, 2019 will most likely be dominated by summit diplomacy with North Korean leader Kim Jong Un possibly parlaying face-to-face with Russia’s Vladimir Putin, Japan’s Shinzo Abe, South Korea’s Moon Jae-in, and the United States’ Donald Trump.? Conversely, a major known unknown will be the reaction of the U.S. president once it will become clearer in 2019 that Pyongyang will not relinquish its nuclear deterrent.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Second, while the United States, along with its regional allies and partners, will continue to carry out freedom of navigation operations (FONOP)?challenging excessive maritime claims in the South China Sea that will draw the ire of Beijing, the Association of Southeast Asian Nations (ASEAN) and China are expected to complete the first draft of a South China Sea Code of Conduct in 2019. Following a steady Chinese military buildup in the contested waters over the past years, an uneasy military stalemate will likely continue to hold throughout the next 12 months.

Third, after tensions between China and Japan in the East China Sea spiked in 2012, last year saw a number of Chinese intrusions into Japan’s contiguous marine zone. Yet, the past 14 months have nevertheless seen a marked diffusion of bilateral tensions — a trend expected to continue into 2019. Both countries will push on with the implementation of East China Sea crisis management and communication mechanisms, officially agreed to in December 2017. Chinese President Xi Jinping will also make his first official visit to Japan in June 2019.

Fourth, while China has stepped up its military pressure on Taiwan throughout 2018, including long-range bomber patrols?and naval exercises in close vicinity to the island (the People’s Liberation Army openly seeks readiness to invade Taiwan by 2020), a cold peace between Taipei and Beijing is likely to prevail throughout 2019. Nonetheless, the Taiwan Travel Act, a U.S. law enacted to revitalize reciprocal visits between the U.S. and Taiwan by high-level government officials and signed into law in 2018, as well as a $1 billion U.S. arms package for Taiwan, is bound to increase tensions throughout 2019.

The 2019 Arms Races

All Asian powers are expected to continue their military modernization programs throughout 2019 with six regional states likely making the 2019 top 10 global military spenders’ list. Here are several military hardware developments worth keeping an eye on:

First, India is expected to induct its most advanced nuclear-capable intercontinental ballistic missile (ICBM), the Agni-V,?to date in the first quarter of 2019. With its increased range and accuracy, the introduction of this new weapon system could pose a problem for long-term strategic stability in Asia. India is also expected to conduct its first real nuclear deterrence patrol in 2019. Long term strategic stability could be further undermined by Pakistani efforts to field a submarine-launched cruise missile (the Babur-3) and a medium-range ballistic missile?fitted with multiple independently targetable re-entry vehicles, or?MIRVs.

Second, China will continue to produce units composed of one of the region’s most advanced long-range air defense system, the Russian-made S-400?Triumf?(NATO reporting name: SA-21 Growler)?into service, which will significantly boost the People’s Liberation Army anti-access capabilities, especially around Taiwan. (Taipei, meanwhile, will continue its development of an indigenous submarine force ?as well as push for the sale of F-35Bs.) China’s first domestically designed and built aircraft carrier, the Type 002 (CV-17), could also enter service as early as the fourth quarter of 2019 further boosting China’s blue water navy capabilities. Notably, the next 12 months may also witness the first operational deployment of a hypersonic glide vehicle (HGV), the DF-17, with significant implications for strategic relations in Asia.

Third, Russia is back as a major military power in the Asia-Pacific. In 2019, the Russian Eastern Military District — the military arm responsible for operations across the Pacific — is expected to receive more than 6,240 pieces of new and upgraded military equipment. 2019 will likely see the delivery of the nuclear-powered ballistic missile submarine Knyaz Vladimir, the Russian Navy’s first upgraded Project 955A?Borei II-class boomer, to the Pacific Fleet. ?Russia’s Strategic Missile Forces are also slated to receive their first HGV in 2019. Additionally, the first batch of Sukhoi Su-57 fighter aircraft, Russia’s first indigenously designed and built fifth-generation stealth fighter jet, is expected to be be delivered to the Russian Air Force in late 2019. Finally, Russia is expected to commission its largest nuclear-powered icebreaker in 2019, whose primary mission will be to clear passages for ship traffic on the Northern Sea route, which runs along the Russian Arctic coast from the Kara Sea to the Bering Strait.

Fourth, the air forces of Australia, Japan, and South Korea will also continue to induct their fleets of F-35A Lightning II Joint Strike Fighters in 2019. These aircraft will primarily serve as platforms for long-range air-to-surface/air-to-air standoff missiles. The Diplomat readers should pay special attention to these weapons systems as they will be an important factor in determining the military balance in East Asia and beyond. Other noteworthy developments to keep an eye on in 2019 are bilateral drills involving Japan’s recently stood up Amphibious Rapid Deployment Brigade, South Korea’s continuous development of its?Kill-Chain pre-emptive strike capabilities, and Australia’s SEA 1000 Future Submarine Program.

Another important development to follow will be Japanese deliberations over the procurement of?vertical or short takeoffs and vertical landings F-35Bs and to convert the?Izumo-class of helicopter destroyers into full-fledged aircraft carriers to accommodate the new aircraft. Additionally, readers should pay special attention to Vietnam’s defense deals in 2019. Russia and Vietnam are in final talks over the purchase of 24 Su-35S “Flanker-E” multirole fighter jets — assumed to be delivered in two batches of 12 — with details of the contract reportedly finalized during the visit of Russian Defense Minister Sergei Shoigu to Hanoi in January 2018. Negotiations over the acquisition of two S-400?Triumf? batteries are purportedly also at an advanced stage.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

The United States is expected to maintain a similar force posture in the Asia-Pacific as in 2018 with no major changes save for the deployment of an additional three-ship amphibious ready group (ARG) into the region. Additionally, the U.S. will maintain its continuous bomber presence mission as well as its only forward-deployed? Nimitz-class supercarrier, along with no significant increase or decrease of U.S. ground forces in the Asia-Pacific region. Notably, however, the U.S. could quietly begin negotiating with Japan and South Korea over the deployment of future U.S. ground-launched ballistic and cruise missiles on their territories following the termination of the INF treaty, which could make 2019 a particular eventful year for nuclear diplomacy in Asia. 2019 will also likely see the first deployment since 2017 of a Littoral Combat Ship to the region.

While next year will not see a Rim of the Pacific Exercise (RIMPAC), and scaled down Foal Eagle and Key Resolve exercises, The Diplomat readers should follow the first ever tri-services joint exercises between India and the United States in 2019, the first ASEAN-U.S. Maritime Exercise, ?as well as the annual iterations of the Russia-China “Peace Mission” and “Joint Sea” military drills. Interestingly, the 23rd rendition of the Malabar naval exercise, involving aircraft and ships from Indian Navy, the U.S. Navy, and the Japan Maritime Self Defense Force, is expected to take place in Japanese waters for the first time in 2019.

Outlook

Notably, the absence of a single dominating regional military power in combination with the proliferation of advanced military capabilities in the Asia-Pacific region increases the chances of miscalculation when it comes to assessing the costs and benefits of limited war. The Asia-Pacific region will remain the most militarized region in the world in 2019. The three largest defense budgets in the world are in countries with significant military assets in the region:?the United States, China, and Russia.

This should not distract from the optimistic outlook that 2019 will likely see a reduced risk for military confrontation. The Diplomat readers should, however, keep in mind: Despite our best efforts, the next major military confrontation in the Asia-Pacific, like most military conflicts, will almost certainly come as an apparent surprise and when least expected.

Franz-Stefan Gady is a Senior Editor with the The Diplomat and Senior Fellow with the East West Institute. He tweets @hoanssolo.?