The Debate

หลักการเล่นสล็อต: The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay

ส่งเงินบาทไทย เครดิตฟรีคาสิโน,มูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์ทั้งหมด (Total Market Turnover) 40,758.27 ล้านบาทขณะที่มองภาพรวมธุรกิจเอสเอ็มอีไทยในปีนี้ยังมีโอกาสเติบโตได้ 4-5% จากการลงทุนภาครัฐที่เพิ่มขึ้น 20% ของงบประมาณทั้งหมด คิดเป็นเม็ดเงินที่จะเข้าสู่ระบบกว่า 2 แสนล้านบาท รวมทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ เพื่อเร่งการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศ ซึ่งหนุนให้ธุรกิจในกลุ่มก่อสร้างและอาหารเครื่องดื่ม ขยายตัวได้ดีในปีนี้ ขณะที่ธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าโภคภัณฑ์,สินค้าเกษตร โดยรวมอาจยังชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลก ราคาน้ำมันและปัญหาภัยแล้ง ขณะที่มีความเสี่ยงที่หนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) จะเพิ่มขึ้นในกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ,GFG16/20,430แนวรับ: 18.8 +/-ทั้งนี้นายสมคิด ได้มอบนโยบายว่าสิ่งสำคัญนอกเหนือจากการควบคุมค่าใช้จ่าย ต้องมีการทำงานเชิงรุกในการเพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับสายการบินอื่นได้ ซึ่งรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนการบินไทย หากสิ่งใดที่เห็นว่าจำเป็นก็ให้จัดทำแผนงานมานำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ภายใน 1-2 เดือนนี้โดยผลประกอบการในช่วงดังกล่าวเพิ่มขึ้นเนื่องจากบริษัทมีรายได้รวมสำหรับปี 2558 และ 2557 จำนวน 1,768 ล้านบาท และ 1,445 ล้านบาท ตามลำดับ เพิ่มขึ้นจำนวน 323 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากการให้เช่าและบริการ รายได้จากการประกอบกิจการโรงแรมเพิ่มขึ้น,CCET、บ้านเซียนบอลindex、รวมทั้งยังมีการจัดกิจกรรม เก่าแลกใหม่ รณรงค์ให้ผู้บริโภคหันมาใช้หลอดไฟ LED มากขึ้น ด้วยการแจกหลอดไฟ LED เบอร์ 5 กล่อง กฟผ. ขนาด 5 วัตต์ จำนวน 2,000 หลอด (แจกวันละ 500 หลอด) ตลอด 4 วันฟรี!! ภายในงาน LED Expo Thailand Energy Saving Week 2016 โดยผู้ที่สนใจจะต้องกดไลค์เฟสบุ๊คเพจ LED Expo Thailand และนำหลอดไฟเก่ามาแลก พร้อมแสดงบิลค่าไฟของเดือนมีนาคม 2559 ทั้งนี้ สงวนสิทธิ์ 1 ครัวเรือนต่อ 1 หลอด เท่านั้น แนวรับ: 36.5 +/-ทั้งนี้ ยอดขายอาหารและเครื่องดื่มลดลง 1.8% ในเดือนธ.ค. 2558 จากเดือนก่อน เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2557 ยอดขายอาหารและเครื่องดื่มลดลง 5.7% ในเดือนธ.ค. 2558หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวผันผวน หลังจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกร่วงลง อันเนื่องจากข่าวที่ว่า 4 ชาติผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ ซึ่งได้แก่ซาอุดิอาระเบีย, รัสเซีย, กาตาร์ และเวเนซูเอล่า เห็นพ้องให้ตรึงกำลังการผลิต โดยไม่มีการปรับลดกำลังการผลิตแต่อย่างใดทั้งนี้ หุ้นบีพี ปรับตัวขึ้น 1.4% หุ้นกัลป์ เอนเนเจีย ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานของโปรตุเกส เพิ่มขึ้น 0.8% แต่หุ้นเรพซอล ซึ่งเป็นบริษัทพลังงานของสเปน ร่วงลง 2.2%คำค้นECBดอยช์แบงก์ตลาดหุ้นยุโรป บริษัท บูรพาทัศน์ (1999) จำกัด48/5-6 ชั้น 2 ซ.รุ่งเรือง ถนน รัชดาภิเษก แขวง สามเสนนอก เขต ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320รางวัลที่หนึ่ง คือ 356364ดัชนี SET อยู่ที่ 1,297.03 จุด +8.63 จุด +0.67% ปริมาณซื้อขาย 18,444 ลบ.ขณะที่ทิศทางค่าเงินบาทยังต้องลุ้นว่าคืนนี้เงินบาทจะผ่าน 35.70 บาท/ดอลลาร์ไปได้หรือไม่ ถ้าไม่ผ่านก็น่าจะลงต่อ ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทวันพรุ่งนี้น่าจะอยู่ระหว่าง 35.50-35.75 บาท/ดอลลาร์、สัญญาณกราฟของ PLE ถือว่า bottom สุดๆ ไม่น่าจะมีอะไรต่ำไปกว่านี้อีกแล้ว ขณะที่โวลุ่มแอบสะสมเพิ่มขึ้นและ RSI เกิด Bullish divergence กราฟแท่งเทียนกำลังสร้าง Tower หากผ่าน 0.88 บาท จะเอาไม่อยู่ เจอกันเป้าหน้า 1 บาทเต็มๆ เรียกได้ว่าน่าลุ้นเป็นอย่างยิ่งบริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรือ EASTW ประกาศจ่ายปันผลงวดดำเนินงานวันที่ 1 ม.ค. 2558 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2558 เป็นเงินสดจำนวน 0.25 บาทต่อหุ้น โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ไม่ได้รับสิทธิปันผลในวันที่ 29 เม.ย. 2559 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 23 พ.ค. 2559สำหรับอัตรากำไรสุมธิในปีนี้บริษัทคาดว่าจะรักษาไว้ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 14.47% เป็นผลมาจากการการที่อัตรากำไรขั้นต้นยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 30% จากการที่บริษัทปรับกลยุทธ์การพัฒนาโครงการใหม่ที่มีขนาดและมูลค่าโครงการเล็กลง ซึ่งให้อัตรากำไรไม่สูงมากนัก เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ และเพื่อให้ลูกค้าเป้าหมายของบริษัทสามารถเข้าถึงได้มากขึ้น โดยราคาต่อยูนิตที่บริษัทพัฒนาในปัจจุบันจะอยู่ในช่วง 700,000-1,500,000 บาท/ยูนิต จากเดิมที่อาจจะมีบางโครงการราคาขายต่อยุนิตเกิน 2 ล้านบาท ซึ่งกลยุทธ์ใหม่นี้ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรสุทธิและอัตรากำไรขั้นต้นส่วนหนึ่ง แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริษัท (SG A) จะยังอยู่ในระดับเท่าเดิมที่ 2.07 พันล้านบาท/ปีสำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่าดัชนี Stoxx Europe 600 ปรับตัวลง 0.4% ปิด (16 ก.พ.) ที่ 320.37 จุด,ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,110.66 จุด ลดลง 4.59 จุด หรือ -0.11%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 9,135.11 จุด ลดลง 71.73 จุด หรือ -0.78% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,862.17 จุด เพิ่มขึ้น 37.89 จุด หรือ +0.65%。

ธุรกิจ : ให้บริการด้านข้อมูลหรือคำปรึกษาด้านธุรกิจและการเงิน การลงทุนส่วนภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 59 มองว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ปีนี้มีโอกาสขยายตัวได้ 3-3.5% แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจโลกและจีนยังชะลอตัว ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง และมีความผันผวนในตลาดเงิน รวมถึงการส่งออกจะไม่ขยายตัว แต่ยังเชื่อว่าภาพเศรษฐกิจรวมจะได้รับปัจจัยบวกจากการลงทุนและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐด้วย ,อย่างไรก็ตาม งบลงทุนในการทำคลัง LNG รูปแบบ FSRU นั้นยังไม่ได้ถูกจัดอยู่ในงบลงทุนตามแผน 5 ปีดังกล่าวราคาปิด 10.30 แนวรับ 10.20-10 แนวต้าน 10.70-11 , 11.20-11.50สำนักงานสถิติสิงคโปร์ เปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกของสิงคโปร์ในเดือนธ.ค.เพิ่มขึ้น 2.9% เมื่อเทียบเป็นรายปี โดยสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้นมาจากยอดขายปลีกยานยนต์ โดยเมื่อเทียบเป็นรายเดือนแล้ว ยอดค้าปลีกลดลง 2.1% ในเดือนธ.ค. 2558 และหากไม่นับรวมยอดขายยานยนต์แล้ว ยอดค้าปลีกลดลง 3.6%,นายราจีฟ มังกัล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TSTH เปิดเผยว่าบริษัทคาดหวังว่าผลประกอบการในงวดไตรมาส 4 ปี 58/59 (ม.ค.-มี.ค.59) จะพลิกเป็นกำไรสุทธิ จากไตรมาส 3 ปี 58/59 ที่ขาดทุน 35 ล้านบาท และงวดบัญชีปี 58/59 ทั้งปีน่าจะพลิกเป็นกำไรสุทธิเช่นกัน จากงวดปีก่อนหน้าที่มีผลขาดทุน 609 ล้านบาท เนื่องจากงวด 9 เดือน มีกำไรสุทธิแล้ว 22.86 ล้านบาทIVL ราคาแกว่งออกข้างสร้างฐานแถว 20 +/- ล่าสุดดีดตัวผ่านเส้นกดขึ้นปิดเหนือกลุ่มเส้นเฉลี่ยพร้อม Vol. ด้าน MACD แกว่งตัวใต้แนวเส้นศูนย์แต่ดูมีแนวโน้มจะวกตัวกลับขึ้นสู่แดนบวกสะท้อนโอกาสที่ราคาจะสร้างแรงเหวี่ยงตัวเข้าทดสอบด่านจุดสูงถัดไป แรงขายกลุ่มพลังงาน-เหมืองแร่ ฉุดตลาดหุ้นยุโรปปิดลบ,เนื่องจากนักลงทุนคลายกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลก หลังจากที่นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่งสัญญาณว่าจะเดินหน้าผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติม ขณะที่เงินวอนอ่อนค่าเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐ,ส่วนภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 59 มองว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ปีนี้มีโอกาสขยายตัวได้ 3-3.5% แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจโลกและจีนยังชะลอตัว ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง และมีความผันผวนในตลาดเงิน รวมถึงการส่งออกจะไม่ขยายตัว แต่ยังเชื่อว่าภาพเศรษฐกิจรวมจะได้รับปัจจัยบวกจากการลงทุนและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐด้วยPTT Exploration Production(PTTEP TB; THB 61.50) ซื้อทั้งนี้ในงวดบัญชีปี 59/60 บริษัทตั้งเป้าเพิ่มการส่งออกไปยังอินเดียเพิ่มเป็น 5 หมื่นตัน เนื่องจาก บริษัท ทาทาสตีล ซึ่งเป็นบริษัทแม่ในอินเดีย มีกำลังการผลิตไม่เพียงพอ จึงต้องนำเข้าทั้งจากบริษัทลูกในสิงคโปร์และไทยขณะเดียวกัน บริษัทก็จะส่งออกไปออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ด้วย คาดว่าจะได้ใบอนุญาตราวเดือน มี.ค.59 รวมทั้งจะส่งออกไปยังลาวและกัมพูชามากขึ้น เพราะนอกเหนือจากโครงการก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรี ก็ยังมีโครงการสร้างเขื่อนแห่งอื่นๆ อีก อย่างไรก็ตาม สัดส่วนรายได้จากส่งออกในงวดปี 59/60 จะยังคงอยู่ที่ราว 10-11% ใกล้เคียงงวดปี 58/59 เนื่องจากยอดขายในประเทศก็จะเติบโตขึ้นด้วยเช่นกัน แต่สัดส่วนการส่งออกดังกล่าวสูงขึ้นจากปีก่อนหน้าที่อยู่ในระดับ 7%โดยนายอภินันท์ เกลียวปฏินนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ KKP เปิดเผยว่า ธนาคารปรับเป้าหมายสินเชื่อรวมปีนี้จะขยายตัวก้าวกระโดดราว 15% จากเดิมคาดว่าจะเติบโต 5-7% เนื่องจากธนาคารจะหันมาเน้นกลุ่มลูกค้ารายใหญ่และกลุ่ม Wealth Management มากขึ้น ขณะที่คาดว่าลูกค้ากลุ่มเดิมจะเติบโตอย่างต่อเนื่องส่วนการทำ FSRU ในพื้นที่ภาคใต้ของไทยนั้น เบื้องต้นคาดว่าจะมีขนาด 3 ล้านตัน/ปีเช่นกัน ซึ่งทั้งสองโครงการยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทางภาครัฐบาลไทยด้วยเมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมานั้น คณะกรรมการ BOJ มีมติ 5-4 เสียงให้ใช้อัตราดอกเบี้ยติดลบ คือ -0.1% สำหรับสถาบันการเงินหรือธนาคารพาณิชย์ในประเทศที่นำเงินไปฝากไว้กับ BOJ โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 16 ก.พ.เป็นต้นไป ซึ่งหมายความว่า ธนาคารพาณิชย์จะต้องเป็นฝ่ายจ่ายค่าฝากแก่ BOJ หากมีการนำเงินส่วนเกินมาพักไว้ที่ BOJนายอภิเชฐ กล่าวต่อว่า สำหรับเงินลงทุนต่างๆที่จะเกิดขึ้นทั้งในปัจจุบนและอนาคตนั้น บริษัทฯจะไม่มีการเพิ่มทุนใหม่อย่างแน่นอน โดยปัจจุบันบริษัทฯมีเงินสดอยู่ในมือราว 600-700 ล้านบาท และยังมีหุ้นกู้ที่ทางบริษัทฯได้ขอจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นไว้ 2,000 ล้านบาท รวมไปถึงยังมีกองทุนต่างชาติให้ความสนใจ และพร้อมปล่อยเงินกู้ให้กับบริษัทฯเพิ่มเติมด้วย แต่ในระยะยาวยังต้องมีความจำเป็นที่จะต้องจัดหา LNG เพิ่มเติมเพื่อรองรับกับความต้องการใช้ก๊าซฯที่เพิ่มขึ้น รวมถึงปริมาณก๊าซฯในอ่าวไทยที่จะลดลง โดยได้ทำสัญญา Head of Agreement เพื่อนำเข้า LNG จากปิโตรนาสของมาเลเซีย ปริมาณ 1 ล้านตัน/ปี แต่ล่าสุดได้เจรจาเพื่อขอเข้าไปร่วมลงทุนในแหล่ง LNG เพิ่มเติมด้วย เพื่อเพิ่มความมั่นคงในระยะยาว ซึ่งนอกจากแหล่ง LNG ของปิโตรนาสแล้ว ยังได้เจรจากับทั้งแหล่ง LNG ในสหรัฐ และแอฟริกาด้วยสำหรับวัตถุประสงค์การเพิ่มทุนครั้งนี้เพื่อลงทุนด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจการศึกษา ทำให้บริษัทมีเงินทุนเพียงพอต่อการลงทุนในโครงการต่างๆของบริษัท และเพื่อเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้ของบริษัทในอนาคต。

Three recent papers attempt to look at the next stage of the world’s most important relationship.

The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay
Credit: The White House

The Asia security field is a crowded one these days, and that is a good thing. The region is confronting a number of destabilizing threats: disputes over islands in the South and East China Seas, weak governance in several Southeast Asian nations, and continuing?uncertainty over North Korea’s intentions and capabilities, among others. All are long-term, ongoing challenges, and the more ideas that get out there about how to manage these issues, the better.

No issue gets as much attention, however, as the U.S.-China relationship and what it means for regional security. For most, it boils down to whether the era of U.S. primacy is over. If it is, what should the next stage look like and how does China fit in? If not, how does the United States preserve its role as the fundamental security guarantor in the region and how does China fit in?

Three recent, thoughtful reports/papers attempt to address this question: the first, “Revising U.S. Grand Strategy Toward China”?by my CFR colleague Robert Blackwill and Carnegie Endowment scholar Ashley Tellis; the second, “The Future of U.S.-China Relations Under Xi Jinping: Toward a New Framework of Constructive Realism for a Common Purpose”?(pdf)?by former Australian Prime Minister Kevin Rudd; and the third, “Beyond American Predominance in the Western Pacific: The Need for a Stable U.S.-China Balance of Power”?by Carnegie Endowment scholar Michael Swaine. Each adopts a different approach and arrives at different conclusions, although the Rudd and Swaine analyses are largely compatible. Blackwill and Tellis explicitly seek to develop a roadmap for continued U.S. primacy in the Asia Pacific. Rudd and Swaine, in contrast, argue that such an effort is unrealistic, even harmful, given the realities of U.S. commitments and domestic politics, as well as China’s intentions and growing capabilities. Both Rudd and Swaine seek to have the United States and China sacrifice near-term interests for a longer-term greater good. However, Rudd places a much greater burden of compromise on the United States, while Swaine is more even-handed in his call for accommodation by both sides.

I was most eager to read the Rudd report. I have heard the former prime minister speak on a number of occasions and have always been impressed by his insights. In his report, Rudd assumes the role of peacemaker—trying to bridge the gap between the “private or semi-private narratives each side [the United States and China] may have about the other.” Although ostensibly designed to speak equally to Chinese and U.S. policymakers, the report is, for the most part, designed for a U.S. audience—explaining China and the Chinese perspective to Americans and offering recommendations for Washington.

Rudd’s argument is premised on his belief that Chinese President Xi Jinping is someone with whom the United States can work, that he is prepared to take calculated risks, and that there is now a window in China for Washington and Beijing to strike a grand bargain. According to Rudd, it is up to the United States to use this space as creatively as possible, while it lasts. While this is an appealing narrative, the report does not make?clear why Rudd believes this. Rudd also leaves the reader hanging when he asserts that China will become a more active participant in the reform of the global rules-based order and that it will bring a “new, forthright Chinese voice in the world.” It would have been helpful had the prime minister explained whether this voice will mean more Air Defense Identification Zones or more Asian Infrastructure Investment Banks or both. The implications for the region are vastly different.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

There are also some off-putting notes. Rudd begins by announcing that the Chinese economy will continue to thrive, noting: “Sorry, but on balance, the Chinese economic model is probably sustainable.” It is an awkward pronouncement that assumes that Americans want the Chinese economy to fail—something very few Americans, in fact, desire. (What Americans do want is a thriving Chinese economy that offers a fair and open trade and investment environment.)

While bold and fun to read, Rudd’s analysis of Xi’s presidency and the potential for significant new cooperation with the United States—should only the United States?seize the moment—ultimately falls short because it is difficult to find the evidence to support it. Xi may well have the political capital to strike a grand bargain, but Rudd’s faith in him notwithstanding, it remains unclear that he wants one.

The lack of demonstrable Chinese interest in a more accommodating regional security posture makes me initially sympathetic to the dominant theme of the Blackwill and Tellis report. As Blackwill and Tellis note, the current Chinese leadership has offered little indication—either in words or action—that it does not have as its endgame supplanting the United States as the regional hegemon. However, the report adopts such an uncompromising stance on any potential for the United States and China to find common ground that it loses me along the way. There is a built-in assumption that China necessarily wants to supplant the United States—not simply this regime at this moment in time. Such a deterministic understanding of Chinese politics and interests ignores ongoing debates within the country and the potential for new understandings to emerge

The recommendations (as in the Rudd report) run several pages, and for the most part, they represent a coherent strategy for the United States. Blackwill and Tellis have flipped the current hedging strategy from its emphasis on engagement with limited containment to containment with limited engagement. Much paper is devoted to strengthening military and economic ties with our allies. Still, it is difficult to understand, at times, how the containment and engagement will all work together—for example, “agreeing on enhanced security confidence-building measures between the two sides” while the United States establishes a new technology-control regime and levies an across-the-board tariff on Chinese economic goods in response to Beijing’s cyberattacks. Whatever its weaknesses, however, the report raises appropriate alarm bells concerning the challenge that many current Chinese economic and security behaviors pose for U.S. interests and the necessity of addressing them directly.

Ultimately, I thought the quietest piece—the one released with the least fanfare—was the most thought-provoking and compelling. Swaine offers a reasonably even-handed assessment of both the U.S. and PRC perspectives and tackles head on the problem that Beijing and Washington have concerning “clashing assumptions and beliefs about the requirements for continued order and prosperity in Asia.” He also identifies several very specific areas for potential cooperation, including the Korean Peninsula, Taiwan, and the management of maritime territorial disputes, and then proceeds to lay out how actual progress might be realized through various trade-offs. For example, he suggests that the United States halt arms sales to Taiwan in return for credible assurances by Beijing that it will not use force against Taiwan (except in the case of a dejure declaration of independence) and acceptance that unification would be peaceful and must involve the consent of people of Taiwan. One can agree or not with all of Swaine’s analysis or prescriptions, but in a much shorter piece, he takes the reader deeper and farther into understanding the challenges at hand and the potential roadmap for resolution.

Elizabeth C. Economy is?C.V. Starr Senior Fellow and Director for Asia Studies at the Council on Foreign Relations. She is an expert on Chinese domestic and foreign policy and U.S.-China relations and author of the award-winning book,?The River Runs Black: The Environmental Challenge to China’s Future.?This post appears courtesy of?CFR.org?and?Forbes?Asia.