China, What's Next?

ฝาก 10 ได้ 100 วอ เลท 1️⃣2021: China’s Challenges: Environment

ufa24h,ufa24h?SVOA ซื้อ ราคาหุ้นแกว่งตัวยกฐานขึ้นต่อ หลังทะลุแนวเส้นค่าเฉลี่ย 3 เดือนและพักตัวไม่หลุดแนวเส้นค่าเฉลี่ยระยะสัปดาห์ พร้อมปริมาณการซื้อขายเริ่มกลับมาอีกครั้ง เครื่องมือ DI+ และ MACD ชี้ขึ้นต่อ เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไร มีแนวต้านแรกที่ 1.70 บาท และเป้าหมายถัดไปที่ 1.80 บาทระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 470-504 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 468 บาทคาดว่า SET แกว่งตัวในกรอบ 1,425-1,435 จุด Sideway in upwardสำหรับข้อมูลเศรษฐกิจในเอเชียที่ได้มีการเปิดเผยในช่วงเช้าวันนี้ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของเกาหลีใต้ไตรมาส 3 ที่ขยายตัว 1.2% ซึ่งฟื้นตัวขึ้นเป็นครั้งแรก ภายหลังจากที่เกาหลีใต้ต้องเผชิญกับวิกฤตโรคทางเดินหายใจสายพันธุ์ตะวันออกกลาง หรือเมอร์ส AMATA (TP16.2*): Support 14.2/13.9 Resistant 14.8/15.3อนึ่ง นายนเรศ เป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่มีการเข้าถือหุ้นในหลายบริษัทหลักทรัพย์ อาทิ IFEC, MACO, TTA, TPIPL, VGI, WHA, UV, ROJNA,นอกจากนี้ธนาคารยังตั้งเป้าหมายการเพิ่มอัตราส่วนผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น (ROE) ภายในปี 61 เพิ่มเป็น 10-12% และปี 59 เพิ่มเป็น 7% ตามลำดับ จากปีนี้ที่คาดว่า ROE จะอยู่ที่ 5-6% ซึ่งยังถือว่าต่ำกว่าเป้าหมายที่กลุ่มซีไอเอ็มบี ตั้งเป้าไว้มี ROE ไม่น้อยกว่า 15% แต่อย่างไรก็ตามระดับ ROE ของธนาคารในปัจจุบันยังเป็นที่น่าพอใจให้กับกลุ่มซีไอเอ็มบี เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยมีความผันผวน และปัจจุบันเศรษฐกิจไทยยังชะลอตตัว ทำให้ต้องใช้ระยะเวลาค่อนข้างมากในการปรับตัวและสร้างการขยายตัวกว่าจะทำได้ตามเป้าหมายที่กลุ่มซีไอเอ็มบีตั้งเป้าไว้ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 868.56 ล้านบาท ปิดที่ 232.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาทภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นยุโรปเป็นไปอย่างซบเซา เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายก่อนที่จะทราบผลการประชุม ECB ในวันนี้ ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ECB จะไม่ปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินในการประชุมครั้งนี้ นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการแถลงของนายมาริโอ ดรากี ประธาน ECB หลังการประชุม เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้การขยายวงเงิน หรือขยายเวลาในการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)พิจารณาจากโครงสร้างระยะกลาง TCMC น่าจะกาลังเข้าสู่แนวโน้มที่ดีในรอบใหม่ หลังจากที่ราคาสามารถยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 75 วันได้อย่างมั่นคง และสัญญาณบ่งชี้สนับสนุนต่อการปรับตัวขึ้น โดยเฉพาะ MACD+Signal สามารถยืนเหนือ Zero line ได้ทั้งคู่ทั้งนี้ ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะเวลา 1 ปี และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากระยะเวลา 1 ปีลง 0.25% สู่ระดับ 4.35% และ 1.50% ตามลำดับ โดยมีผลบังคับใช้ในวันเสาร์ (24 ต.ค.),ด้านเบเกอร์ ฮิวจ์ อิงค์รายงานในวันศุกร์ว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันของสหรัฐที่มีการใช้งาน ได้ลดลง 1 แท่น สู่ระดับ 594 แท่นในสัปดาห์นี้ ข้อมูลดังกล่าวช่วยหนุนตลาดได้ส่วนหนึ่ง เนื่องจากเทรดเดอร์เชื่อว่า บริษัทน้ำมันสหรัฐยังคงเดินหน้าปรับลดการใช้จ่ายเพื่อรับมือกับราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำทั้งนี้ จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันได้ลดลงอย่างมากนับตั้งแต่ราคาน้ำมันทรุดตัวลงในปีที่แล้วขณะนี้ จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันได้ลดลงแล้วกว่า 60% นับตั้งแต่พุ่งสูงสุดแตะ 1,609 แท่นในเดือนต.ค.ปีที่แล้วสำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่าสัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค.ลดลง 3.3 ดอลลาร์ หรือ 0.28% ปิด (23 ต.ค.) ที่ระดับ 1,162.80 ดอลลาร์/ออนซ์ ส่งผลให้ตลอดสัปดาห์ ราคาทองร่วงลง 1.7%,สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนธ.ค.ขยับลง 1 เซนต์ หรือ 0.06% ปิดที่ 15.827 ดอลลาร์/ออนซ์ และสัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนม.ค.ร่วงลง 11.2 ดอลลาร์ หรือ 1.11% ปิดที่ 1,001.70 ดอลลาร์/ออนซ์ด้านนายญาณกร วรากุลรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร POLAR กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางบริษัทได้รับการติดต่อจากคนบางกลุ่มเพื่อเรียกร้องเงิน หากบริษัทไม่ยอมจ่ายคนกลุ่มนี้ขู่ว่าจะไปดิสเครดิต ใน social network และสืบทราบมาว่า บุคคลกลุ่มนี้ทำกันเป็นขบวนการมาแล้วหลายครั้งโดยการเข้าปั่นป่วน นักลงทุนและผู้ถือหุ้นหลายราย รวมถึงกระทรวงพาณิชย์ทั้งนี้ ผลกำไรของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในจีนปรับตัวลดลงมาตั้งแต่ปี 2555 และถัดมาในปี 2556 ผลกำไรของอุตสาหกรรมเหมืองแร่ปรับตัวลงอีก 17% เมื่อเทียบรายปี ส่วนในปี 2558 ตัวเลขดังกล่าวลดลง 13% เมื่อเทียบรายปีFPI ซื้อ ราคาหุ้นมีจังหวะฟื้นตัวขึ้นผ่านแนว Downtrend Line ด้วยแท่งเทียนรูปแบบ Morning star พร้อมปริมาณการซื้อขายสูงกว่าปกติ สอดคล้องกับเครื่องมือ DI+ ตัด ADX ขึ้น เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไร มีแนวต้านแรกที่แนวเส้นค่าเฉลี่ย 3 เดือนบริเวณ 5.30 บาท และมีเป้าหมายถัดไปที่ 5.50 บาทGFV15/19,730คำแนะนำของ ASLซื้อระยะสั้น เน้นยืน 3.70 เป็นแนวรับหลัก ,ราคาปิด 34.50 แนวรับ 33.5-32.5 , 32-31 แนวต้าน 35-36นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานกรรมการ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT และนายสรัญ รังคสิริ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย ปตท.ร่วมพิธีเปิดสถานีบริการน้ำมัน ปตท.เสียมเรียบ ประเทศกัมพูชาอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นสถานีบริการน้ำมันแบบครบวงจรในรูปแบบ Platinum ตามแนวคิด PTT Life Station บนพื้นที่กว่า 3,900 ตารางเมตรเพื่ออำนวยความสะดวก ชาวกัมพูชา ชาวต่างชาติ รวมถึงชาวไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยวหรือทำธุรกิจ(-) การรายงานผลประกอบการงวด 3Q58 : วันนี้ต้องระวังผลประกอบการของ PTTEP。

PPP ซื้อ ราคาหุ้นมีจังหวะฟื้นตัวขึ้นผ่านแนว Downtrend Line ระยะสั้นในกรอบสามเหลี่ยม พร้อมปริมาณการซื้อขายสูงกว่าปกติ สอดคล้องกับเครื่องมือ DI+ ตัด ADX ขึ้นเป็นจังหวะเก็งกำไร มีแนวต้านแรกบริเวณ 6.80 บาท และถัดไปที่ 7.10 บาทแนวรับ : 2.36 +/-แนวต้าน 2.72-2.84 บาทโดยผู้ใช้บริการ Facebook ทั้ง 32 ราย ได้มีการเผยแพร่บิดเบือนข้อมูลของบริษัท POLAR รวมถึงด่าทอผู้บริหารของบริษัทให้เกิดความเสื่อมเสีย ทำให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่เป็นเท็จ ก่อผลเสียและสร้างความเกลียดชังให้กับบริษัท โดย ร.ต.ท. ดำรงพล พันธนาม พนักงานสอบสวนเป็นผู้รับเรื่องแจ้งความร้องทุกข์ดังกล่าว และจะดำเนินการสืบสวนหาผู้กระทำผิดมาลงโทษในขั้นตอนต่อไป,ขณะที่ผลการดำเนินงานช่วง 9 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 3.62 พันล้านบาท หรือ 15.74 บาทต่อหุ้น ลดลง 18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 4.43 พันล้านบาท หรือ 19.27 บาทต่อหุ้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BMCL ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า MRT แจ้งวันนี้ (26 ต.ค.) เมื่อเวลา 7.44 น. ว่าระบบการเดินรถขัดข้องส่งผลให้มีความล่าช้าในการเดินรถล่าช้ากว่าปกติ 15 นาที ทั้งนี้ ส่งผลให้ผู้โดยสารตกค้างตามสถานีเป็นจำนวนมากดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 120.71 เยน จากระดับของวันพฤหัสบดีที่ 119.95 เยน และแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับฟรังค์สวิสที่ระดับ 0.9737 ฟรังค์ จากระดับ 0.9591 ฟรังค์ ปีหน้าเรามีเป้าหมายที่จะเพิ่มรายได้ประมาณ 10% ส่วนกำไรสุทธิก็จะเพิ่มตามสัดส่วนของรายได้ แต่ก็ต้องดูสภาวะเศรษฐกิจปีหน้าด้วย นายสุวัชชัย กล่าว MACD ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ยในแดนบวก เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้มขึ้นเคลื่อนไหวเหนือแนวโน้มลงต่อเนื่อง RSI ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือระดับ 60,GOLD FUTURES GFZ15 คาดว่าราคาจะมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ 19,700-19,900 บาท Sideway trendkTBZ15/17.65 ทั้งนี้ นอกจากการประกาศลดลดดอกเบี้ยและ RRR โดยแบงก์ชาติจีนแล้ว ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กยังได้แรงหนุนจากการการเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาดจาก 3 บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ ได้แก่ อัลฟาเบท อเมซอน และไมโครซอฟท์ดัชนี Stoxx Europe 600 บวก 0.1% แตะ 362.97 ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสเปิดวันนี้ที่ 4,675.15 จุด ลดลง 19.95 จุด, -0.42% ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันเปิดวันนี้ที่ 10,213.01 จุด ลดลง 25.09 จุด, -0.25%นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานกรรมการ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT และนายสรัญ รังคสิริ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย ปตท.ร่วมพิธีเปิดสถานีบริการน้ำมัน ปตท.เสียมเรียบ ประเทศกัมพูชาอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นสถานีบริการน้ำมันแบบครบวงจรในรูปแบบ Platinum ตามแนวคิด PTT Life Station บนพื้นที่กว่า 3,900 ตารางเมตรเพื่ออำนวยความสะดวก ชาวกัมพูชา ชาวต่างชาติ รวมถึงชาวไทยที่เดินทางไปท่องเที่ยวหรือทำธุรกิจระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 292-317 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 290 บาท ธนาคารกลางจีน (PBOC) ประกาศอัดฉีดเม็ดเงินมูลค่า 1.055 แสนล้านหยวนเข้าสู่ระบบการเงินผ่านทางโครงการเงินกู้ระยะกลาง (MLF) เพื่อรักษาสภาพคล่องในระบบการธนาคารให้อยู่ในระดับที่เพียงพอ และเพื่อตอบสนองความต้องการด้านเงินทุนของธนาคารพาณิชย์ อีกทั้งเป็นช่องทางให้ธนาคารพาณิชย์สามารถปล่อยเงินกู้ให้กับธุรกิจขนาดเล็กและภาคการเกษตร, แนวรับ : 2.64 และ 2.60、fafa855 ฟรี เครดิต1️⃣M98、 สำนักงานสถิติฝรั่งเศส (Insee) เผยดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจเดือน ต.ค.ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 101 จากระดับ 100 ในช่วง 2 เดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการทำสถิติสูงสุดในรอบ 4 ปี โดยได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ในภาคบริการและภาคค้าปลีก ,กลยุทธ์ที่แนะนำ : ช่วงบ่าย: แม้ยังทรงตัวถึงอ่อนตัวได้บ้าง อย่างไรก็ตาม มองแนวรับระยะสั้นไว้ที่ 1420-1425 จุด ซึ่งคาดหากไม่ต่ำกว่า SET จะปรับขึ้นได้ต่อแล้ว หลังพักตัวระยะสั้นแบบ Sideway กว่าสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งสัปดาห์นี้ เรามองมีปัจจัยหนุนจาก 1) มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ จากการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีน 2) ประชุมเฟด ซึ่งยังไม่รีบขึ้นดอกเบี้ย และ 3) ลุ้นประชุม BoJ ส่งสัญญาณเพิ่มวงเงิน QQE ทั้งนี้แนวต้านถัดจาก 1430 จุด มีที่ 1440 จุด กลยุทธ์ ซื้อขายเก็งกำไร ทั้งนี้ หุ้นแนะนำตามสัญญาณเทคนิค ได้แก่ ASEFA (รับ 4.98 ต้าน 5.35 Cut 4.84) และ SVOA (รับ 1.65 ต้าน 1.80 Cut 1.60) ผู้ถือหุ้นใหญ่ ORI ขาย Big Lot 30 ล้านหุ้น ที่ราคาเฉลี่ย 11.50 บ.** SET ครึ่งเช้าปิด 1,415.09 จุด ลบ 0.71 จุด มูลค่าการซื้อขาย 16,356 ล้านบาท **。

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

China’s Challenges: Environment
Credit: Leo Fung

The environmental limits on China’s current road of economic growth will become increasingly apparent over the next five years, prompting policymakers to either change direction or brace for a nasty collision.

Their ability to do so will depend on what they are driving—which remains open to question. For all the talk of the ‘Chinese model,’ nobody can seem to agree whether it’s a juggernaut or a jalopy.

From a purely economic perspective, it looks very much like a juggernaut. Having overtaken Japan and still motoring along at double-digit pace with a fifth of the world’s population on board, the speed and size of China’s GDP is awe-inspiring. But from an environmental viewpoint, it more closely resembles a jalopy—belching fumes, wasting fuel and constantly in need of a radiator refill.

Over the past five years, China has become the world’s biggest energy consumer and greenhouse gas emitter. Its longstanding problem of water scarcity in the north has been compounded by pollution, overuse and drought, to leave an accumulated deficit of more than 200 billion cubic meters.

These problems show no signs of abating without an overhaul. On the latest trends of population growth, rising affluence and energy use, the emissions of the average person in China will surpass those of Europeans within five years and Americans within 10. Demands for water, energy, food and almost every other resource will also intensify, despite warnings that they are already beyond sustainable levels.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Until now, Beijing has managed to avert a crisis with a series of supply-side solutions to provide more water and fuel, while tinkering with the engine mid-drive.

It has embarked on the world’s biggest hydro-engineering project—the South-North Water Diversion Project—to channel rivers to the dry north. It has intensified diplomatic and trade efforts to secure coal, oil, timber and other resources in Australia, Africa and South America—adding to the competitive pressures with the United States. And it has boosted the efficiency of its industrial sector by investing heavily in new power plants and renewable energy.

The upgrade to a sleeker, low-carbon economy is an expensive and difficult task that is a long way from completion, but China appears ready to pay. Last year, it invested $34 billion in ‘clean technologies’ compared to the United States’ $18 billion, according to the World Resources Institute. The two biggest alternative energies—hydro and nuclear—will see a rapid expansion over the next decade, though they too have an environmental cost. Wind energy generating capacity is growing fast (China became number one in this field too last year), but more than a third isn’t yet connected to the grid. Development of solar power, eco-cities and electric vehicles has even further to go, but the government has committed considerable funds to realise these goals.

It has been far less willing to implement demand-side constraints, which is understandable given the relatively low living standards in China compared with developed nations and the fear of social instability if growth slows. Where it has been forced to impose limits—on pollution control—results have been mixed due to corruption, poor governance and the often conflicting goal of economic expansion. Given this background, the Politburo has preferred to set ‘intensity’ targets—for example on energy and carbon emissions—that are pegged to GDP.

But there are signs that this may be changing as the environmental road grows more bumpy, crowded and dry.? Beijing recently imposed its first restrictions on car ownership, cutting new registrations by more than two-thirds to alleviate traffic and pollution problems. Last month, state planners said China would impose a cap on annual water consumption of 670 billion cubic metres, as well as doubling spending on conservation and efficiency measures over the next 10 years.

In the next five-year economic plan—due to be unveiled in March—the government will also introduce pollution reduction targets for nitrogen oxide and ammonia in addition to the existing goals for sulphur dioxide and chemical oxygen demand. Along with a proposed environmental tax, this is likely to add to the costs of industry, but it should mean that China’s notorious smogs finally start to dissipate.

To the frustration of many trade partners—particularly Japan and the United States—the government is also limiting exports of rare earths used in high-tech manufacturing. This is partly justified on environmental grounds—the mining is dirty and China no longer wants to be a supplier of primary resources—but largely because it wants to move up the value chain by keeping those metals for production of home-made technology.

A still cleaner shift of direction, however, would entail an overall target to limit energy use—and by association set a peak for carbon emissions. This radical step is still being debated by five-year planners, who are trying to reduce China’s dependency on coal, which is the main source of greenhouse gas and acid rain, as well as being a blight on agricultural land and river systems. For all its investment in clean technologies, China remains addicted to this dirtiest of fossil fuels, which still supplies 77 percent of the nation’s energy.

Limiting the use of this primary fuel is essential for China and the world. Without this change, there can be no transition from carbon-burning jalopy to high-tech juggernaut and the drivers of the economy will find it harder to maintain control.

Easing off the accelerator now will be far easier than slamming the brakes later on.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Jonathan Watts is the Guardian’s Asia environment correspondent and author of ‘When a Billion Chinese Jump: How China Will Save the World – or Destroy It.’