The Debate

สมัคร gclub 100: The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay

วิธี เล่น บา คา ร่า ufabet1️⃣LOOK618,นอกจากนี้ นายดรากียังได้เรียกร้องให้รัฐบาลต่างๆในยูโรโซนดำเนินการกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศด้วยการออกนโยบายทางการคลังที่สนับสนุนการขยายตัวของประเทศ และเพิ่มการลงทุนในภาครัฐ ขณะที่ลดอัตราภาษีลง ทั้งนี้ นายดรากียังกล่าวด้วยว่า ผู้กำหนดนโยบายของประเทศต่างๆในยูโรโซนจะต้องให้ความร่วมมือมากขึ้น หากต้องการทำให้ยูโรโซนฟื้นตัว และเอาชนะความท้าทายในตลาดโลกแนวรับ: 8.75 +/-,ทั้งนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นได้ใช้ความพยายามมานานในการกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภค โดยครั้งหนึ่งรัฐบาลถึงกับออกคูปองช็อปปิ้งให้แก่ประชาชนเพื่อให้ไปซื้อสินค้า หลังจากที่ประเทศเผชิญปัญหาเงินฝืดเป็นเวลากว่า 10 ปี、ตรวจ ออมสิน พิเศษ 3 ปี、นายอภิเชฐ กล่าวว่า บริษัทจะเริ่มมีรายได้จากธุรกิจรับติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านเรือนและโรงงานอุตสาหกรรม ในช่วงปลายไตรมาส 1-ต้นไตรมาส 2 ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจากับลูกค้า 3-4 ราย。 รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2558 ของญี่ปุ่น หดตัวลง 1.4% หลังจากที่ขยายตัว 1.3% ในไตรมาส 3 โดยสาเหตุที่ทำให้ GDP ไตรมาส 4 หดตัวลงนั้น มาจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่อ่อนแอลง ท่ามกลางสภาพอากาศที่อุ่นผิดปกติ รวมทั้งค่าแรงที่ขยายตัวช้าลงสำหรับหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน จำนวน 1,045,048.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 323.44 ล้านบาท โดยการเปลี่ยนแปลงเกิดจากผลของอัตราแลกเปลี่ยนทำให้หนี้ต่างประเทศสกุลต่างๆ เพิ่มขึ้น 3,966.83 ล้านบาทสำหรับ Trading Idea ประจำสัปดาห์นี้ คือ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ซึ่งธุรกิจปิโตรเคมีในปีที่ผ่านมาดีมาก ทำให้ปีนี้มีโอกาสทำกำไรได้ในระดับสูง โดยธุรกิจนี้คิดเป็น 54% ของกำไรของ SCC ด้านธุรกิจปูนและวัสดุก่อสร้าง ที่คิดเป็น 34% ของกำไร ซึ่งไม่ค่อยดีในปีที่แล้ว เราก็คาดว่า ในปีนี้โครงการการลงทุนภาครัฐทำให้มีปริมาณความต้องการการใช้ปูนและวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้น ซึ่งจะหนุนให้ SCC ได้รับกำไรจากธุรกิจนี้ด้วยด้าน Bloomberg consensus มองว่ากำไรปี 59 จะออกมาใกล้เคียงกับในปี 58 ที่ออกมาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4.54 หมื่นล้านบาท และปี 60 โต 5.1% เป็น 4.77 หมื่นล้านบาท แต่เราคาดว่านักวิเคราะห์จากนี้จะต้องปรับประมาณการณ์กำไรปีนี้และปีหน้าขึ้นไปอีกจากการขยายตัวของอุปสงค์ปูนซิเมนต์และวัสดุก่อสร้างที่จะเริ่มตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป ในขณะที่ธุรกิจปิโตรเคมีก็ยังอยู่ในขาขึ้น1) ปรับปรุงนิยามของ ผู้มีอุปการะคุณ หมายถึง บุคคลที่สร้างประโยชน์ให้กับบริษัทอย่างต่อเนื่องและชัดเจน โดยกำหนดสัดส่วนการจัดสรรหุ้น IPO ให้กับผู้มีอุปการะคุณและ RP รวมกันได้ไม่เกิน 25% ของจำนวนหุ้นที่เสนอขาย IPOกราฟระยะสั้นโค้งตัวขึ้นเป็น U shape โดยราคาสามารถยกตัวขึ้นเกาะเส้น EMA 10 วันได้ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นทิศทางเชิงบวกแข็งแกร่ง พร้อมทั้งเครื่องมือ RSI + MACD ชี้ขึ้นเป็นสัญญาณซื้อ จึงมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อได้。 ด้านนายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการ BOJ ระบุว่า BOJ จะลดอัตราดอกเบี้ยให้ติดลบมากขึ้น หากมีความจำเป็น เพื่อให้บรรลุเป้าอัตราเงินเฟ้อที่ระดับ 2% โดยในขณะนี้ อัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นชะลอตัวอยู่ที่ 0.5% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายของ BOJ อยู่มาก บล.เอเชีย เวลท์ คาด SET ปรับขึ้นหลังคลายกังวลศก. แนะลงทุนหุ้นมีโอกาสทำกำไรสูง สิงคโปร์เผยยอดค้าปลีกเดือนธ.ค.เพิ่มขึ้น 2.9%BA ปิด 23.10 +0.40 +1.76%อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาดูตลาดหุ้นจีน และไต้หวัน ที่ปิดทำการเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเนื่องในเทศกาลตรุษจีน โดยสัปดาห์นี้คาดว่า Volume การซื้อขายหุ้นจะกลับมาเป็นปกติ นอกจากนี้ ด้านปัจจัยในประเทศ จะต้องติดตามวันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ นี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะเปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งก่อนขณะที่ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเสนอให้ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณายังไม่จ่ายเงินปันผลประจำปีสำหรับผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2558 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2558 เนื่องจากที่ประเทศเวียดนามมีวันหยุดยาวในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา จึงทำให้ Amata (Vietnam) Joint Stock Company (อมตะ เวียดนาม) ซึ่งเป็นบริษัทแกนและบริษัทย่อยของบริษัทต้องเลื่อนการประชุมผู้ถือหุ้นออกไปการปรับเพิ่มอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินของ MTL ไม่น่าจะเกิดขึ้นในระยะสั้น เนื่องจากอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินสากลของบริษัทอยู่ในระดับเดียวกันกับอันดับเครดิตสากลสกุลเงินในประเทศระยะยาวของประเทศไทย และอันดับความแข็งแกร่งทางการเงินภายในประเทศปัจจุบันก็เป็นอันดับเครดิตที่สูงที่สุดแล้ว,คาดดัชนีมีแนวโน้มทรงตัวบริเวณ 1,280 จุดในภาคบ่าย โดยเรายังคาดหวังแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติในภาคบ่าย แนะนำทยอยสะสมหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ที่มีแนวโน้มประกาศผลดำเนินงานโดดเด่นในช่วงไตรมาส 4 เช่น PS, SPALI, CI และ SIRI และเก็งกำไรหุ้นที่ได้ประโยชน์จากวัตถุดิบราคาต่ำในช่วงไตรมาส4/58 เช่น TWPC และ EPGผู้สื่อข่าวรายงานว่าดัชนีค่าระวางเรือ (BDI) ปิดวันทำการล่าสุด (15 ก.พ.) ที่ 295.00 จุด เพิ่มขึ้น 4.00 จุด หรือ 1.37%。

บริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ NMG ประกาศจ่ายปันผลงวดดำเนินงานวันที่ 1 ม.ค. 2558 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2558 เป็นเงินสดจำนวน 0.03 บาทต่อหุ้น โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ไม่ได้รับสิทธิปันผลในวันที่ 4 พ.ค. 2559 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 24 พ.ค. 2559อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาดูตลาดหุ้นจีน และไต้หวัน ที่ปิดทำการเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเนื่องในเทศกาลตรุษจีน โดยสัปดาห์นี้คาดว่า Volume การซื้อขายหุ้นจะกลับมาเป็นปกติ นอกจากนี้ ด้านปัจจัยในประเทศ จะต้องติดตามวันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ นี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยจะเปิดเผยรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งก่อนสำหรับผลงานนวัตกรรมดีเด่นปีนี้ เมจิ ไฮโปรตีน จากกลุ่มธุรกิจ ซีพี เมจิ ที่ได้รับรางวัล ระดับ i3 ประเภท นวัตกรรม เกิดจากแนวคิด ที่ปัจจุบันเทรนด์การออกกำลังกายได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ประกอบกับมีนวัตกรรมโปรตีนนมเกิดขึ้น ทำให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ เมจิ ไฮโปรตีน ที่รับประทานแล้วเห็นผลได้จริง โดยเวย์โปรตีน รสช็อคโกแลต เหมาะสำหรับท่านที่เล่นเวท เพื่อสร้างกล้าม อย่างไรก็ตามต้องลดการบริโภคแป้ง โปรตีน และไขมันลง จะทำให้เห็นชั้นกล้ามเนื้อได้ชัดขึ้น ในส่วนของสูตรแอลคาร์นิทีน รสจืด ที่ช่วยในเรื่องการเบิร์น เอาไขมันที่สะสมอยู่มาใช้ ควรรับประทานก่อนออกกำลังกาย 30 นาที จะทำให้สามารถออกกำลังกายได้นานขึ้น ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภคสำหรับ Trading Idea ประจำสัปดาห์นี้ คือ บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) ซึ่งธุรกิจปิโตรเคมีในปีที่ผ่านมาดีมาก ทำให้ปีนี้มีโอกาสทำกำไรได้ในระดับสูง โดยธุรกิจนี้คิดเป็น 54% ของกำไรของ SCC ด้านธุรกิจปูนและวัสดุก่อสร้าง ที่คิดเป็น 34% ของกำไร ซึ่งไม่ค่อยดีในปีที่แล้ว เราก็คาดว่า ในปีนี้โครงการการลงทุนภาครัฐทำให้มีปริมาณความต้องการการใช้ปูนและวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้น ซึ่งจะหนุนให้ SCC ได้รับกำไรจากธุรกิจนี้ด้วยด้าน Bloomberg consensus มองว่ากำไรปี 59 จะออกมาใกล้เคียงกับในปี 58 ที่ออกมาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4.54 หมื่นล้านบาท และปี 60 โต 5.1% เป็น 4.77 หมื่นล้านบาท แต่เราคาดว่านักวิเคราะห์จากนี้จะต้องปรับประมาณการณ์กำไรปีนี้และปีหน้าขึ้นไปอีกจากการขยายตัวของอุปสงค์ปูนซิเมนต์และวัสดุก่อสร้างที่จะเริ่มตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป ในขณะที่ธุรกิจปิโตรเคมีก็ยังอยู่ในขาขึ้น,นอกจากนี้ได้ประกาศจ่ายปันผลงวดดำเนินงานวันที่ 1 ม.ค. 2558 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2558 เป็นเงินสดจำนวน 1.50 บาทต่อหุ้น โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD ไม่ได้รับสิทธิปันผลในวันที่ 20 เม.ย. 2559 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 6 พ.ค. 2559 , โตโย ไทร์ เผยกำไรปี 58 ดิ่ง 94.6% จากเหตุปลอมแปลงข้อมูล โตโย ไทร์ เผยกำไรปี 58 ดิ่ง 94.6% จากเหตุปลอมแปลงข้อมูล เงินเยนอยู่ที่ระดับ 113.97 เยน/ดอลลาร์ จากตอนเช้าที่อยู่ที่ระดับ 113.55 เยน/ดอลลาร์MACD เคลื่อนไหวออกด้านข้างในแดนบวก เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้มขึ้นเคลื่อนไหวเหนือแนวโน้มลง RSI ปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 60,PTTEPเข้าเมื่อทะลุ 58.5 และเข้าเพิ่มที่ 59.75 เป้าหมาย 64 บาทหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐบาลค้ำประกัน) จำนวน 532,268.78 ล้านบาท ลดลง 2,203.27 ล้านบาท โดยรายการที่สำคัญเกิดจากการชำระหนี้เงินต้นของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรที่กู้มาเพื่อดำเนินโครงการรับจำนำผลิตผลทางการเกษตร โดยใช้เงินจากการระบายสินค้าเกษตร จำนวน 2,171 ล้านบาท,โดยเฉพาะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและภาคเอกชนที่คาดว่าจะเพิ่มงบลงทุนระบบไอทีเพิ่มเติมจึงเป็นโอกาสของ AIT ที่จะเข้าร่วมแข่งขันเพื่อเพิ่มมูลค่างานในมือที่จะทยอยส่งมอบให้มากขึ้น SET ปิดขยับขึ้น TASCO ซื้อ-ขายสูงสุด 3.39 พันลบ.ระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 36-40 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อนส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 35.50 บาทสำหรับแนวโน้มผลประกอบการในปีนี้นั้น ถือว่าเป็นปีที่ความท้าทาย ซึ่งปัจจัยต่าง ๆ ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ผ่านมา เนื่องจากอุปทานยังล้นตลาด ขณะเดียวกันเศรษฐกิจของจีนก็ยังชะลอตัว ดังนั้น ยังคงส่งผลกระทบทางลบอย่างต่อเนื่องต่อตลาดเรือเทกอง,กลยุทธ์การลงทุน เน้นเลือกหุ้นที่มีแนวโน้มกำไรสุทธิงวด 4Q58 ดี และยังคงเติบโตอย่างมั่นคงในปี 2559 และสามารถรักษาพร้อมจ่ายเงินปันผลสูง อย่าง PS ([email protected]), SC([email protected]) และ MCS ([email protected]) รวมถึงหุ้นที่มีกระแสเงินสดมั่นคง เลือก ADVANC ([email protected]) และ INTUCH ([email protected]) (ติดตามอ่านรายละเอียด Dividend Play วันที่ 29 ม.ค. 2559) 、หวย 16 มี นา 63、แนวรับ: 18.8 +/- โดยนายอภินันท์ เกลียวปฏินนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ KKP เปิดเผยว่า ธนาคารปรับเป้าหมายสินเชื่อรวมปีนี้จะขยายตัวก้าวกระโดดราว 15% จากเดิมคาดว่าจะเติบโต 5-7% เนื่องจากธนาคารจะหันมาเน้นกลุ่มลูกค้ารายใหญ่และกลุ่ม Wealth Management มากขึ้น ขณะที่คาดว่าลูกค้ากลุ่มเดิมจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง。

Three recent papers attempt to look at the next stage of the world’s most important relationship.

The Debate on U.S.-China Relations: Make Room, Make Way, or Make Hay
Credit: The White House

The Asia security field is a crowded one these days, and that is a good thing. The region is confronting a number of destabilizing threats: disputes over islands in the South and East China Seas, weak governance in several Southeast Asian nations, and continuing?uncertainty over North Korea’s intentions and capabilities, among others. All are long-term, ongoing challenges, and the more ideas that get out there about how to manage these issues, the better.

No issue gets as much attention, however, as the U.S.-China relationship and what it means for regional security. For most, it boils down to whether the era of U.S. primacy is over. If it is, what should the next stage look like and how does China fit in? If not, how does the United States preserve its role as the fundamental security guarantor in the region and how does China fit in?

Three recent, thoughtful reports/papers attempt to address this question: the first, “Revising U.S. Grand Strategy Toward China”?by my CFR colleague Robert Blackwill and Carnegie Endowment scholar Ashley Tellis; the second, “The Future of U.S.-China Relations Under Xi Jinping: Toward a New Framework of Constructive Realism for a Common Purpose”?(pdf)?by former Australian Prime Minister Kevin Rudd; and the third, “Beyond American Predominance in the Western Pacific: The Need for a Stable U.S.-China Balance of Power”?by Carnegie Endowment scholar Michael Swaine. Each adopts a different approach and arrives at different conclusions, although the Rudd and Swaine analyses are largely compatible. Blackwill and Tellis explicitly seek to develop a roadmap for continued U.S. primacy in the Asia Pacific. Rudd and Swaine, in contrast, argue that such an effort is unrealistic, even harmful, given the realities of U.S. commitments and domestic politics, as well as China’s intentions and growing capabilities. Both Rudd and Swaine seek to have the United States and China sacrifice near-term interests for a longer-term greater good. However, Rudd places a much greater burden of compromise on the United States, while Swaine is more even-handed in his call for accommodation by both sides.

I was most eager to read the Rudd report. I have heard the former prime minister speak on a number of occasions and have always been impressed by his insights. In his report, Rudd assumes the role of peacemaker—trying to bridge the gap between the “private or semi-private narratives each side [the United States and China] may have about the other.” Although ostensibly designed to speak equally to Chinese and U.S. policymakers, the report is, for the most part, designed for a U.S. audience—explaining China and the Chinese perspective to Americans and offering recommendations for Washington.

Rudd’s argument is premised on his belief that Chinese President Xi Jinping is someone with whom the United States can work, that he is prepared to take calculated risks, and that there is now a window in China for Washington and Beijing to strike a grand bargain. According to Rudd, it is up to the United States to use this space as creatively as possible, while it lasts. While this is an appealing narrative, the report does not make?clear why Rudd believes this. Rudd also leaves the reader hanging when he asserts that China will become a more active participant in the reform of the global rules-based order and that it will bring a “new, forthright Chinese voice in the world.” It would have been helpful had the prime minister explained whether this voice will mean more Air Defense Identification Zones or more Asian Infrastructure Investment Banks or both. The implications for the region are vastly different.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

There are also some off-putting notes. Rudd begins by announcing that the Chinese economy will continue to thrive, noting: “Sorry, but on balance, the Chinese economic model is probably sustainable.” It is an awkward pronouncement that assumes that Americans want the Chinese economy to fail—something very few Americans, in fact, desire. (What Americans do want is a thriving Chinese economy that offers a fair and open trade and investment environment.)

While bold and fun to read, Rudd’s analysis of Xi’s presidency and the potential for significant new cooperation with the United States—should only the United States?seize the moment—ultimately falls short because it is difficult to find the evidence to support it. Xi may well have the political capital to strike a grand bargain, but Rudd’s faith in him notwithstanding, it remains unclear that he wants one.

The lack of demonstrable Chinese interest in a more accommodating regional security posture makes me initially sympathetic to the dominant theme of the Blackwill and Tellis report. As Blackwill and Tellis note, the current Chinese leadership has offered little indication—either in words or action—that it does not have as its endgame supplanting the United States as the regional hegemon. However, the report adopts such an uncompromising stance on any potential for the United States and China to find common ground that it loses me along the way. There is a built-in assumption that China necessarily wants to supplant the United States—not simply this regime at this moment in time. Such a deterministic understanding of Chinese politics and interests ignores ongoing debates within the country and the potential for new understandings to emerge

The recommendations (as in the Rudd report) run several pages, and for the most part, they represent a coherent strategy for the United States. Blackwill and Tellis have flipped the current hedging strategy from its emphasis on engagement with limited containment to containment with limited engagement. Much paper is devoted to strengthening military and economic ties with our allies. Still, it is difficult to understand, at times, how the containment and engagement will all work together—for example, “agreeing on enhanced security confidence-building measures between the two sides” while the United States establishes a new technology-control regime and levies an across-the-board tariff on Chinese economic goods in response to Beijing’s cyberattacks. Whatever its weaknesses, however, the report raises appropriate alarm bells concerning the challenge that many current Chinese economic and security behaviors pose for U.S. interests and the necessity of addressing them directly.

Ultimately, I thought the quietest piece—the one released with the least fanfare—was the most thought-provoking and compelling. Swaine offers a reasonably even-handed assessment of both the U.S. and PRC perspectives and tackles head on the problem that Beijing and Washington have concerning “clashing assumptions and beliefs about the requirements for continued order and prosperity in Asia.” He also identifies several very specific areas for potential cooperation, including the Korean Peninsula, Taiwan, and the management of maritime territorial disputes, and then proceeds to lay out how actual progress might be realized through various trade-offs. For example, he suggests that the United States halt arms sales to Taiwan in return for credible assurances by Beijing that it will not use force against Taiwan (except in the case of a dejure declaration of independence) and acceptance that unification would be peaceful and must involve the consent of people of Taiwan. One can agree or not with all of Swaine’s analysis or prescriptions, but in a much shorter piece, he takes the reader deeper and farther into understanding the challenges at hand and the potential roadmap for resolution.

Elizabeth C. Economy is?C.V. Starr Senior Fellow and Director for Asia Studies at the Council on Foreign Relations. She is an expert on Chinese domestic and foreign policy and U.S.-China relations and author of the award-winning book,?The River Runs Black: The Environmental Challenge to China’s Future.?This post appears courtesy of?CFR.org?and?Forbes?Asia.