Interviews | Diplomacy | South Asia

live 222 ฟรี เครดิต 1️⃣2021: Mohamed Zeeshan on How India Can Grow Its Global Influence

่ joker1231️⃣M98, TPIPL ไม่ปลื้ม! งบฯ 2Q/58 ขาดทุน190.99 ลบ.เหตุรายได้หด-ค่าใช้จ่ายพุ่งCSS ผลกำไรประกาศออกมาแล้วถือว่าน่าพอใจท่ามกลางเศรษฐกิจแบบนี้ โดยครึ่งแรกคว้ากำไรไป 100% จากงานวางเสาส่งในมือที่ทำตามแผนได้อย่างดี และเหลืองานในมือของเก่าอีก 1.3 พันล้านบาทที่จะส่งมอบ ยังไม่นับงานใหม่จากกลุ่ม ICT ที่จะได้มาในตอนหลัง รวมทั้ง 4 Gปีหน้าด้วย มองดูกำไรในปีนี้ทุบสถิติไม่ยาก ยังไม่นับการบุกเข้าไปในธุรกิจพลังงานทางเลือกที่บริษัทวางแผนไว้ตั้งแต่ต้นปี นอกจากนี้เตรียมรอรับข่าวใหญ่ หลังคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติเห็นชอบแผนพลังงานทางเลือกเพิ่มขึ้นจากเดิม โดยเฉพาะแผนการประหยัดพลังงานที่จะให้มีการเปลี่ยนอุปกรณ์และหลอดไฟเป็น LED ทั่วประเทศมูลค่าหลักหมื่นล้านบาท ซึ่ง CSS เป็นหนึ่งในผู้วางระบบที่มีงานการเปลี่ยนหลอดไฟนี้ในมือด้วย จึงรับประโยชน์เต็มๆ ถือว่ามีงานใหญ่รอลุ้นอยู่ สำหรับผลประกอบการทั้งปีหากคาดว่ากำไรเติบโตขึ้นแบบ conservative ที่ 15% จะทำให้กำไรปีนี้เฉียด 300 ล้านบาท มีเป้าราคาเหมาะสมไม่ต่ำกว่า 5.20 บาท แต่ถ้าได้งานใหญ่เพิ่มรวมทั้งความชัดเจนด้านทำพลังงาน เป้าราคาต้องไปไกลกว่านี้อีกบาน, HEMRAJ เผยกำไร Q2/58 ลดลง 10% มาที่ 915.07 ลบ.、สล็อต ยู ฟ่า 1681️⃣LOOK618、คำแนะนำ : Open Long ใน S50U15 ที่บริเวณ 912 และ 910 เพื่อคาดหวังการปรับตัวเพิ่มขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 919-918 แต่ถ้าสามารถทะลุผ่านแนวต้านที่ 919 หรือ 920 ขึ้นไป ควรกลับเข้าไป Open Long ต่อเนื่อง ทั้งนี้ หากรัฐบาลจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจก็สามารถทำได้ ถ้ามาตรการดังกล่าวจะทำให้เศรษฐกิจเติบโตยั่งยืน เช่น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้วางรากฐานในอนาคต ทำให้เกิดการจ้างงาน และส่งผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาว และการบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน ต้องทำให้ตรงจุด โดยเฉพาะเกษตรกรและเอสเอ็มอี ซึ่งในส่วนของ ธปท.ได้ดำเนินมาตรการผ่อนคลาย ด้านอัตราแลกเปลี่ยน และอัตราดอกเบี้ย และปฎิรูประบบสถาบันการเงินให้เข้มแข็งไว้อยู่แล้ว จึงไม่มีความกังวลกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นชหุ้น/ราคา ความเห็นทั้งนี้ หลังจากที่กระทรวงยุติธรรมเข้ามาตรวจสอบแล้ว บริษัทก็มีแผนจะปรับกลยุทธ์การดำเนินงานใหม่ทั้งหมด โดยหนึ่งในแผนดังกล่าวอาจจะมีการขาย Chicken of the Sea ออกไป คาดว่าจะใช้เวลาในการพิจารณาประมาณ 4-6 สัปดาห์แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (18 ส.ค.) มองว่า หากปัญหาค่าเงินในภูมิภาคคลายตัวขึ้นหลังจากที่อ่อนค่าติดต่อกันมาหลายวันแล้ว ตลาดน่าจะดีขึ้นได้ พร้อมให้แนวรับ 1,410 จุด ส่วนแนวต้าน 1,424 จุดถนนงามวงศ์วาน ตั้งแต่แยกพงษ์เพชรถึงแยกลาดปลาเค้า ถนนประเสริฐมนูญกิจ ปิดการจราจรเป็นเส้นทางจักรยานขากลับตั้งแต่เวลา 15.00-20.00 น.ทางด่วนและทางยกระดับ 6.1 ทางด่วนเฉลิมมหานคร (ขั้นที่ 1) ที่ลงด่วนดินแดงให้ขึ้นยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ได้เพียงเส้นทางเดียวเท่านั้น ไม่สามารถใช้ถนนวิภาวดีรังสิตได้ 6.2 ทางด่วนศรีรัช (ขั้นที่ 2) ห้ามลงทางออกอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (ด่านพหลโยธิน 1) ถนนพหลโยธิน เลี้ยวเข้าอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 6.3 ทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ ขาออก-ห้ามลงที่ทางลงรัชดาภิเษก, ขาเข้า-ห้ามลงที่ทางลงบางเขน, รัชดาภิเษก, ลาดพร้าวและทางลงสุทธิสารในกรณีที่จะต้องเดินทางไปสนามบินดอนเมือง ขอให้เผื่อเวลาในการเดินทางไว้และมาถึงสนามบินให้เร็วกว่าปกติและให้ใช้เส้นทางเลี่ยง ดังนี้ 7.1 กรณีเดินทางจากด้านทิศเหนือ ใช้ถนนวิภาวดีรังสิต พื้นราบ, ใช้ทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ โดยขึ้นบริเวณหน้าโรงกษาปณ์หรือหน้าฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต ลงถนนวิภาวดีรังสิตบริเวณหน้าอนุสรณ์สถานดอนเมือง 7.2 กรณีเดินทางจากด้านทิศใต้ โดยใช้ทางด่วน ทางยกระดับ -ลงด่วนดินแดงแล้วขึ้นทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ตามปกติ (บริษัททางยกระดับดอนเมือง จำกัด ยกเว้นค่าผ่านทาง) -ลงด่วนประปา 1 (ถนนพระราม 6), ลงด่วนย่านพหลโยธิน (ถนนกำแพงเพชร), ลงด่วนบางซื่อ (ถนนกำแพงเพชร 2), ลงด่วนรัชดาฯ (ถนนรัชดาภิเษก) แล้วมุ่งหน้าไปขึ้นทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์บริเวณหน้ากองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ห้ามใช้ถนนวิภาวดีรังสิต) -ลงด่วนแจ้งวัฒนะ ถนนแจ้งวัฒนะแล้วใช้ถนนวิภาวดีรังสิต พื้นราบหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเส้นทางและข้อมูลจราจร สอบถามได้ที่ ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) หมายเลขโทรศัพท์ 1197 หรือwww.trafficpolice.go.th บริษัท เอกรัฐวิศวกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ AKR รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2/58 สิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.58 (รวมบริษัทย่อย) มีกำไรสุทธิ 12.44 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.009 บาทต่อหุ้น ลดลง13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 14.33 ล้านบาท หรือมีกำไรสุทธิ 0.011 บาทต่อหุ้นสรุปความเห็นของ IFA บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะ IFA ได้พิจารณาข้อมูลการลงทุนก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ใน RNS ผ่านการซื้อหุ้นสามัญของ IAEจากผู้ถือหุ้นเดิมของ IAE ในสัดส่วนร้อยละ 67 ของทุนจดทะเบียน IAE คิดเป็นจำนวนเงินรวม 276 ล้านบาท PIMO เผยงบฯ Q2 กำไรลดลงเหลือ 6.77 ลบ. หลังต้นทุน-ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มสำหรับจุดแข็งการดำเนินธุรกิจของบริษัท ได้แก่ 1.บริษัทเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์ภาคพื้นดินแบบครบวงจรที่สามารถตอบสนองความต้องการลูกค้าได้อย่างครบถ้วน 2.มุ่งเน้นให้บริการในกลุ่มธุรกิจที่มีลักษณะธุรกิจซับซ้อนสูงกว่าทั่วไป เช่น การบริหารจัดการคลังสินค้าอันตราย สินค้าควบคุมอุณหภูมิแช่เย็นแช่แข็ง สินค้ารถยนต์ซึ่งต้องการความถูกต้องและรวดเร็ว และ 3.ได้นำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยมาใช้บริหารจัดการคลังสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวถูกพัฒนาโดยบริษัทฯ ในเครือ MILL คาดปีนี้พลิกกำไรก่อนโตกระโดดปี 59 ตั้งเป้า D/E เหลือ 1-1.5 เท่าใน 3 ปี คำค้นHEMRAJWHA บริษัท บูรพาทัศน์ (1999) จำกัด48/5-6 ชั้น 2 ซ.รุ่งเรือง ถนน รัชดาภิเษก แขวง สามเสนนอก เขต ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320ทั้งนี้ผลการดำเนินงานดังกล่าวที่กำไรลดลง เนื่องจากรายได้จากการขายลดลง 332.80 ล้านบาท เกิดจากการบันทึกรายได้ธุรกิจเศษเหล็กจากบริษัทย่อยลดลงระยะสั้นแกว่งในกรอบ sideway หรือในกรอบระหว่าง 232-242 บาท คาดว่าจะยังไม่มีทิศทางชัดเจนจนกว่าจะแกว่งออกจากกรอบ แนะนำเก็งกำไรในกรอบดังกล่าวไปก่อน ส่วนจุดตัดขาดทุนจะอยู่ที่ 230 บาทขณะที่ปรับลดคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อปี 58 เป็นติดลบ -0.7 ถึง -0.2% จากเดิมคาดว่าจะติดลบ -0.3 ถึงเติบโต 0.7%。

SRICHA โชว์ backlog กว่า 1.2 พันลบ. เร่งเดินหน้าประมูลงานทั้งใน-ตปท.หุ้นบวกดัชนีมากสุด AOT BH SCC KBANK DTAC INTUCH TOP TPIPL IFEC SUPERอย่างไรก็ตามภาพรวมธุรกิจบริหารหนี้มีแนวโน้มเติบโตสูง จากสภาวะ เศรษฐกิจในปัจจุบันกดดันให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งระบบ เป็นโอกาสให้ JMT สามารถเลือกซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาสะสมได้ในต้นทุนที่ต่ำลง โดยพอร์ตบริหาร หนี้ของบริษัททำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องทุกปี,ทั้งนี้ KOOL ดำเนินธุรกิจหลักในการจัดหาและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทำความเย็น อาทิ พัดลม พัดลมไอเย็น พัดลมไอน้ำ และพัดลมอุตสาหกรรม เป็นต้น ภายใต้ตราสินค้า MASTERKOOL และ Cooltop มีแผนระดมทุนจาการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก(IPO) เพื่อนำเงินไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ รวมถึงสร้างคลังสินค้าเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต โดยบริษัทตั้งเป้าครองส่วนแบ่งการตลาด(มาร์เก็ตแชร์) พัดลมไอน้ำและพัดลมไอเย็นสูงที่สุดในประเทศไทย หุ้นเจซี เพนนีย์ ซึ่งเป็นผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้า พุ่งขึ้น 5.58% หลังจากบริษัทรายงานยอดขายที่สูงเกินคาด โดยยอดขายสุทธิในช่วงไตรมาส 2 ปี 2558 อยู่ที่ 2.88 พันล้านดอลลาร์ เทียบกับ 2.80 พันล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนหุ้นดูปองท์ ปรับตัวขึ้น 1.6% เนื่องจากเจพี มอร์แกน ปรับเพิ่มอันดับความน่าลงทุนของหุ้นบริษัทสรุปความเห็นของ IFA บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด ในฐานะ IFA ได้พิจารณาข้อมูลการลงทุนก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ใน RNS ผ่านการซื้อหุ้นสามัญของ IAEจากผู้ถือหุ้นเดิมของ IAE ในสัดส่วนร้อยละ 67 ของทุนจดทะเบียน IAE คิดเป็นจำนวนเงินรวม 276 ล้านบาท CENTEL กำไรไตรมาส 2/58 โตกระฉูดเพิ่มขึ้น 491.07%,บริษัท เค.ซี. พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ KC มีผลวันที่ 17 ส.ค. 2558 ถึงวันที่ 4 ก.ย. 2558 น้ำมันดิบปิดบวกรับแรงซื้อกลับหลังร่วงหนัก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยว่า ขณะนี้เศรษฐกิจจีนกำลังปรับตัวสู่การขยายตัวที่มั่นคงและยั่งยืนมากขึ้น แม้จะชะลอตัวลง พร้อมคาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจจีนในปีนี้จะชะลอตัวลงแตะ 6.8% หลังการลงทุนชะลอตัวลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอสังหาริมทรัพย์ส่วนธุรกิจในประเทศ บริษัทมีพื้นที่ให้บริการในเขตพื้นที่ทั่วไปและเขตปลอดอากรรวม 775,743 ตารางเมตร ประกอบด้วย คลังสินค้า 40 หลัง พื้นที่รวม 206,488 ตารางเมตรและลานรับฝากสินค้า 569,255 ตารางเมตร โดยตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง 608,187 ตารางเมตร ถนนกรุงเทพกรีฑา 4,575 ตารางเมตร ถนนสามวา 19,200 ตารางเมตร ถนนบางนา-ตราด กม.19 ขนาด 94,480 ตารางเมตร ถนนสุวินทวงศ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา 18,905 ตารางเมตร ตำบลมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร 27,996 ตารางเมตร และอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ 2,400 ตารางเมตร โดยพื้นที่ดังกล่าวรวมพื้นที่ให้บริการสินค้าอันตราย 184,000 ตารางเมตร ที่บริษัทได้รับสัมปทานรายเดียวในเขตท่าเรือแหลมฉบัง ส่งผลให้สินค้าอันตรายทั้งหมดที่เข้า-ออกผ่านท่าเรือฯ ต้องผ่านคลังสินค้าอันตรายของบริษัทเท่านั้น, ML ไม่ปลื้ม กำไร Q2/58 ลดลง 34% หลังตั้งสำรองหนี้สูญ-หนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น MACD ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ยในแดนลบ เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้มลงเคลื่อนไหวเหนือแนวโน้มขึ้น RSI ฟื้นตัวหลังจากเข้าสู่ระดับขายมากเกินไป นายจาง จี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังจีน (MOC) เปิดเผยว่า การส่งออกของจีนมีแนวโน้มว่าจะกลับมาฟื้นตัวอย่างมีเสถียรภาพในปีนี้ พร้อมระบุว่าการร่วงลงอย่างหนักของยอดส่งออกในเดือนก.ค.ที่ผ่านมานั้น มีสาเหตุมาจากการเปรียบเทียบจากฐานที่สูงมากโดยกำไรในไตรมาสดังกล่าวที่ขาดทุนเพิ่มขึ้นเนื่องจากบริษัทมีรายได้ลดลงจากการปิดสาขากลุ่มธุรกิจสื่อโฮมเอนเตอเทนท์ในครึ่งปีแรก ประกอบด้วย กลุ่ม Shop จำนวน 126 สำขำ, กลุ่ม Sale floor จำนวน 186 สำขำ และในจุดจำหน่ำยสินค้ำสะดวกซื้อ (Convenience store) จำนวน 1,565 แห่งทั้งนี้ IAE ถือหุ้นในบริษัท รางเงิน โซลูชั่น จำกัด (RNS) 9,998 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 99.98 ของทุนจดทะเบียนของ RNS(ปัจจุบัน RNS มีทุนจดทะเบียน 1,305 ล้านบาทและทุนชำระแล้ว 327 ล้านบาท)โดยเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการรับซื้อไฟฟ้าจากแบบส่วนเพิ่มราคารับซื้อ (Adder) เป็นแบบFeed-in-Tariff (FIT) ที่เริ่มบังคับใช้ในปี 2558 ดังนั้น IFA จึงมีความเห็นว่า ผู้ถือหุ้นควรงดออกเสียงเพื่อลงมติอนุมัติการเข้าทำรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์จากการลงทุนในโครงการรางเงิน,ในการนี้บริษัทกำหนดให้วันที่ 15 ตุลาคม 2558 เป็ นวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิ TMC-W1 (Record Date) และวันที่ 16 ตุลาคม 2558 เป็นวันปิดสมุดทะเบียนเพื่อรวบรวมรายชื่อผู้ถือหุ้นตามมาตรา 225 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535、www slotxo3k net slotxo register php1️⃣LOOK618、แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (18 ส.ค.) มองว่า หากปัญหาค่าเงินในภูมิภาคคลายตัวขึ้นหลังจากที่อ่อนค่าติดต่อกันมาหลายวันแล้ว ตลาดน่าจะดีขึ้นได้ พร้อมให้แนวรับ 1,410 จุด ส่วนแนวต้าน 1,424 จุด,บริษัท คอมพาสส์อีสต์อินดัสตรี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CEI ระบุว่า ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการเมื่อวันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม 2558 ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทร่วมลงทุนในหุ้นสามัญ บริษัท บางปะกง โซล่า เพาเวอร์ จำกัด ผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาในเขตพื้นที่สวนอุตสาหกรรม วินโคสท์ขนาด 750 กิโลวัตต์ จำนวน 2,499,000 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไวหุ้นละ 10 บาท ในสัดส่วน 51% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วเป็นเงินลงทุนรวม 24.99 ล้านบาท MACD ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ยในแดนลบ เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้มลงเคลื่อนไหวเหนือแนวโน้มขึ้น RSI ฟื้นตัวหลังจากเข้าสู่ระดับขายมากเกินไป。

“There is space for India to position itself as the organizer of a global development coalition.”

Mohamed Zeeshan on How India Can Grow Its Global Influence

India has big power ambitions but is still far away from realizing it. Despite its massive population, economic heft and military might, India’s global influence remains limited and it is punching way below its weight on global issues. In his book “Flying Blind: India’s Quest for Global Leadership,” published by Penguin Random House, author Mohamed Zeeshan says that India’s fence-sitting on major geopolitical issues is costing the country dearly. He argues in favor of India supporting democratic values and processes abroad.

In an email interview with The Diplomat’s South Asia editor, Sudha Ramachandran, Zeeshan discusses how India must deal with its South Asian neighbors and why it must “avoid paranoia over its neighbors’ dealings with China.”

You say that fence sitting is “responsible for India’s lack of influence” in the world. Could you explain?

When I think of “influential powers,” I think of countries that are able to consistently represent and fulfill the interests of allies or constituents abroad, so that their own welfare becomes integral to the welfare of the allies. India does not have the military and economic capabilities of the U.S. yet, but given its size, demographics, arms imports, and other things, it’s still very important. The problem for India is that it does not take a consistent or coherent stance on sensitive political questions that are important to other countries.

On most geopolitically sensitive issues around the world, India is entirely absent and has no stance, but even when it takes a stance, it is not clear or consistent. Indian diplomats often say that they represent democratic values, but India is afraid to commit support to democratic movements. If India thinks that supporting pro-democracy activists is not in its interest (and in my book, I argue that it most certainly is), then it should commit its support to authoritarian leaders – as some world powers do, under the garb of protecting state sovereignty. But India isn’t able to commit support one way or the other reliably, in a way that is consistent with its own interests and therefore sustainable for any length of time.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

While fence-sitting on issues may be problematic, don’t you think that not taking sides between “sworn enemies” enables a country to do business with both sides (as with Iran and Saudi Arabia)?

For smaller powers, this is true, but I think that India – largely owing to its extraordinary size – has crossed the point where countries that are angry can simply say that they won’t do business with India. Whether Iran likes the West or not, it has to do business with the West, which is why it hankers after the removal of sanctions. I think that we can say the same for India; countries would like more access to India’s large consumer market.

As I write in my book, India was – for decades – a very vocal supporter of the Palestinian cause. But that did not stop Israel from courting India, largely due to lucrative arms deals. If India can do this with Israel, why is New Delhi afraid of taking a stand elsewhere?

In your book, you call on India to support democracy and democratic values abroad. How should India deal with authoritarian democracies like Sri Lanka, for instance?

I write in my book that the neighborhood is very tricky for India. It’s easier for India to stand up for democratic values in Somalia or Syria than in South Asia, because the neighbors can do damage by courting China.

Authoritarian democracies are trickier than undemocratic states, because majoritarian politics in these countries enjoy electoral support and, therefore, greater public legitimacy. In such countries, like Sri Lanka, back-door diplomacy is wise: mediating between communities and factions, towards well-defined objectives, rather than questioning the legitimacy of the government.

Pakistan gets just limited attention in your book. It doesn’t figure in the cooperative initiatives you suggest for South Asia. Why? Have you given up hope, at least for now, on India-Pakistan relations improving?

I think India-Pakistan relations are going to ebb and flow. We’ve just seen this now with the latest attempt at backdoor talks; they seem to have petered out very quickly. There are very fundamental differences on the two sides which make a sustainable thaw unforeseeable. The absence of hostilities with India is a significant threat to the Pakistani military’s standing and influence within Pakistani politics. Even for civilian politicians, owing to deep-rooted mistrust and misinformation, painting India as anything other than an enemy will be political suicide. And now, with India under the grip of Hindu majoritarianism, the incentive for peace has also diminished in New Delhi.

But by obsessing on Pakistan, India is wasting opportunities for integration across the rest of the region. In fact, if India can integrate the rest of South Asia – and produce developmental gains as a result – it could even help build a case within Pakistan to drop old animosities and join these efforts, for Pakistan’s own economic benefit. We have seen this happen in Southeast Asia and Europe, and there is no reason why it can’t happen in South Asia.

For the success of its global power project, India needs the support of its South Asian neighbors. In your book you say that they have to believe that a strong and powerful India is in their interest. That means they will have to see their own welfare in India’s security and development. What should India do to convince them of this, especially at a time when they see their interests more in sync with what China has to offer (infrastructure)?

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

The first thing India needs to do is avoid paranoia over its neighbors’ dealings with China. No South Asian country wants a region dominated by China. They seek a healthy balance of power between India and China.

But due to geographical proximity and cultural ties, there are many things that India can provide which China can’t, which I enumerate in my book. For instance, a common visa for tourists from outside South Asia would boost tourism revenue for many countries. Only economic and cultural integration, which makes India’s neighbors a part of India’s growth, will create a stake for them in a strong and powerful India.

India’s greatest challenge, however, will be trust-building. There is a lot of mistrust and cynicism on all sides, and as I argue in my book, India is not blameless for the rather high-handed manner in which it has often behaved. I talk about the Friendship Treaties with Nepal and Bhutan in my book as one of several examples. India needs to be more charitable and respectful.

In your book you clearly favor India joining a global alliance with the U.S. You don’t discuss the Quad in your book, but how far would its partners in Quad, for instance, be willing to go to back?India in a military confrontation with either Pakistan or China?

Mutual defense partnerships are a chicken-and-egg situation. On India’s side, folks would wonder if the Quad will come to India’s aid. On the other side, Washington wonders if India will ever come to its aid.

There’s a clear overlap of interests. If India is able to play a more proactive role in Afghanistan – from a security angle – America is far more likely to trust India than stay committed to Pakistan. With regards to China, there’s a clear consensus in Washington that favoring and strengthening India will fulfill American interests. Similarly, in the aftermath of the Galwan clash, India now clearly believes that an Asia dominated by China is not in its interests.

So, if a mutual defense pact is to be worked out, there is a fair bit of common?ground to work with. But the big question is whether India wants a mutual defense pact with America. India has been the most skeptical Quad member, in terms of viewing the Quad as a potential military alliance.

But before jumping into such commitments in Asia, I think it’s wiser for India and the U.S. to build trust at an easier level – intelligence-sharing around the world, for instance, as I describe in my book.

You suggest the building of a “Delhi Consensus” coalition to grow India’s influence. Could you elaborate?

India is very unique, in that it is fairly advanced in some respects while still suffering from several developmental challenges. But I see these developmental challenges as a strength in diplomacy rather than a weakness, because the vast majority of the world’s population still faces many of these problems.

I think there is space for India to position itself as the organizer of a global development coalition, which shares lessons and knowledge on what works and what doesn’t, in terms of development. If India organizes such a global effort, it will also bring several solutions for India’s own development problems.

India is already doing this in a fragmented manner through various bilateral initiatives under the Indian Technical and Economic Cooperation (ITEC) program, which builds state capacity in various developing countries, but if India can expand this into a multilateral give-and-take initiative, it would increase India’s influence in world affairs.

There are several emerging areas in global governance – digital economy, cybersecurity, e-governance and so on – which require norm-building and standardization at a global level, and a “Delhi Consensus” coalition would certainly be able to set the agenda on these issues. India has the technical capabilities, but it would require political will to bring countries together.